Hide Bolg Article

การวิเคราะห์หุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม

โดย อ.จิณณะ สินส่ง

 

 

กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม จัดเป็น sector ในกลุ่มปัจจัย 4 ที่ ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะแย่แค่ไหน กลุ่มนี้จัดเป็นกลุ่มที่เราต้องบริโภคทุกวัน ฟังดูแบบนี้ดูเหมือนจะดี ว่าแต่กลุ่มนี้มีปัจจัยใดที่ต้องกังวลบ้าง นอกจากนี้กลุ่มเมื่อแยกตามตามอุตสาหกรรมแล้ว จะประกอบไปด้วยหุ้นอะไรบ้าง วันนี้เรามาวิเคราะห์เจาะลึกในกลุ่มนี้กันครับ


จากรูปด้านบน เมื่อเรา Scan Sector ที่ยืนเหนือ SMA200 วัน หรือ Sector ที่เคลื่อนไหวได้ดีกว่าเฉลี่ยในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา พบว่า Sector FOOD ผ่านเงื่อนไขนี้ และเป็น Sector ในไม่กี่ Sector ที่อยู่รอดปลอดภัย ขณะที่ Set index นั่นพักฐานจนหลุด SMA200 วันไปแล้ว ยืนยันได้ว่า Sector FOOD จัดว่าเป็น Sector ปลอดภัยอีกกลุ่มหนึ่งในช่วงที่ตลาดผันผวน

 

Sector FOOD แยกตามอุตสาหกรรมดังนี้

กลุ่มอาหารสำเร็จรูป TFMAMA, TKN, OISHI, PM, SNP

กลุ่มเครื่องดื่ม TIPCO (อยู่กลุ่มอาหาร แต่รายได้หลักมาจาก TASCO), MALEE, ICHI, SAPPE, CBG, OSP

กลุ่มร้านอาหาร M, ZEN, AU, MM, MINT(อยู่กลุ่มอาหาร แต่รายได้หลักมาจากกลุ่มโรงแรม), CENTEL(อยู่กลุ่มโรงแรม แต่รายได้มาจากกลุ่มอาหารด้วย)

สินค้าเกษตรแปรรูป

  • น้ำตาล KTIS, KSL, KBS, BRR
  • ปศุสัตว์ GFPT, CPF, BR, TFG, TU
  • น้ำมันพืช TVO, LST, CPI

โดยแต่ละอุตสาหกรรม มีสิ่งที่ต้องวิเคราะห์แตกต่างกันดังนี้

#กลุ่มร้านอาหาร

การทำร้านอาหาร ต้องมี Brand ที่ติดตลาด ดังนั้น ROA, ROA จำเป็นต้องสูง เพื่อยืนยันว่า Brand ของร้านเป็นที่ต้องการ หรือมีคนเข้าเต็มร้านอย่างสม่ำเสมอ ซึ่ง AU, M ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี

 

จากรูปด้านบน เป็นการเติบโตของร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย บ่งบอกแนวโน้มว่า ร้านอาหารญี่ปุ่นเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของต่างจังหวัดที่เติบโตอย่างรวดเร็วจนเกือบเท่าใน กทม. แสดงถึงกระแสนิยมในอาหารญี่ปุ่นไม่ลดลงเลย ก็ต้องมาดูว่า ZEN จะสามารถชิงเค้กก้อนนี้ได้มากน้อยแค่ไหน แต่ ROA, ROE ยังสู้ M, AU ไม่ได้

 

#กลุ่มเครื่องดื่ม

หุ้นกลุ่มเครื่องดื่ม เน้นที่ ROE เป็นหลัก ว่าสามารถทำกำไรต่อผู้ถือหุ้นได้มากน้อยขนาดไหน อย่าง OSP, CBG ถือว่า Brand ติดตลาดอย่างมาก ส่วน ICHI งบเพิ่งจะฟื้น สำหรับ HTC มีการปรับปรุงโครงสร้างภายใน ทำให้กำไรดีขึ้น

#กลุ่มอาหารแปรรูป

หุ้นกลุ่มนี้ ก็ต้องใส่ใจที่ ROE เพื่อดูว่า Brand ไหนติดตลาดแล้ว ตัวอย่างเช่น OISHI, PB, TFMAMA แต่โดยรวมแล้ว เกือบทั้งกลุ่มกำไรค่อนข้างแย่ ดังนั้นต้องคัดเลือกอย่างระมัดระวัง

#กลุ่มเกษตรแปรรูป

 

สำหรับกลุ่มนี้กำไรค่อนข้างผันผวน เนื่องจากราคาขาย ต้นทุน ค่อนข้างเหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลงแรง จึงทำให้กำไรผันผวน สำหรับกลุ่มนี้ให้วิเคราะห์แบบเดียวกับหุ้นวงจร ดังนั้นจำเป็นต้องใส่ใจ GPM QoQ (Gross Margin กำไรขั้นต้น)  โดยตัวไหนที่มี GPM QoQ ติดลบ แปลว่ารอบวงจรของหุ้นตัวนั้นยังไม่มา หรือพูดง่ายๆคือถ้ากำไรขั้นต้นยังไม่บวก กำไรที่เป็น net profit ก็มักจะแย่ไปด้วย เว้นแต่หุ้นตัวนั้นมีธุรกิจอื่นๆ มากกว่าธุรกิจหลัก แต่อย่างไรก็ตาม หาก GPM QoQ เป็นลบ ราคาหุ้นก็จะแย่ตามไปด้วย

** สำหรับผู้สนใจกลุ่มนี้ ต้องหมั่นตามราคาสินค้าบ่อยๆ โดยเข้าไปอ่านบทวิเคราะห์จากทางโบรก เพื่อประเมินทิศทางราคาของหุ้น