3 เรื่องต้องรู้เมื่อหุ้นลงทุนซื้อกิจการ
บทความโดย อ.ภัทรธร ช่อวิชิต

          การขยายกิจการด้วยธุรกิจเดิมในบางครั้งผู้บริการอาจมองว่าบริษัทโตไม่ทันใจผู้ถือหุ้นการซื้อกิจการเข้ามารวมเป็นทางเลือกที่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็วทางหนึ่ง แต่เราจะรู้ว่าหลังจากที่บริษัทไปซื้อกิจการมาแล้วหุ้นจะไปต่อได้ไกลหรือไม่มาดูกันครับ 

          1.รู้จักวิธีบันทึกบัญชี
                    การดูว่าบริษัททีเราสนใจมีการลงทุนอะไรบ้างสามารถเข้าไปดูได้ที่ Stock focus เมนูย่อย investment วิธีการเข้าดูสามารถดูแบบละเอียดตามลิงค์ได้เลยครับ https://goo.gl/gxLftN

                   
                    จากตัวอย่างหุ้น TCMC จะเห็นว่ามีการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ถ้าสังเกตในส่วนของประเภทการลงทุน จะมี 2 ประเภทคือ งบรวม (Consolidated/Subsidiaries ( > 50%) ) การทำงบการเงินรวมจะทำเมื่อบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนที่สูง วิธีบันทึกบัญชีจะเป็นการนำงบการเงินมารวมกันทั้งบริษัทแม่และบริษัทลูกจะทำให้กำไรโตทันทีในไตรมาศที่นำงบการเงินเข้ามารวม
                    วิธีที่สองคือการบันทึกด้วยวิธี ส่วนได้ส่วนเสีย ( Equity Method) ถ้าไปซื้อบริษัทร่วมที่มีการถือหุ้น 20%-50% และไม่มีอำนาจควบคุม ในการบันทึกบันชีจะบันทึกกำไรตามสัดส่วนการถือหุ้น เข้ามาในงบการเงิน แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะบันทึกบัญชีในรูปแบบทำงบรวม หรือวิธีส่วนได้ส่วนเสีย จะกระทบกับกำไรเหมือนกันคือกำไรจะเพิ่มเข้ามาตามสัดส่วนการถือหุ้นนั่นเอง
         
          2.ดูกำไรในอนาคต
                    เมื่อมีการซื้อกิจการเข้ามาแล้วถ้าบริษัทที่ซื้อมามีกำไรก็จะทำให้กำไรสุทธิเติบโตตามสัดส่วนการถือหุ้น แต่ราคาหุ้นจะขึ้นกับกำไรที่บริษัทสามารถทำได้ในอนาคต


                    เมื่อมีการซื้อกิจการถ้าเป็นสินทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่จะต้องมีการขออนุมัติผู้ถือหุ้น และมีรายงานความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระมาให้นักลงทุนไว้พิจารณาประกอบการตัดสินใจ ในรายงานที่ปรึกษาทางการเงินจะมีการประเมินความคุ้มค้าของเงินลงทุนด้วยวิธีต่างๆ และจะมีการประมาณการรายได้และกำไรในอนาคตไว้ให้ด้วย ซึ่งทำให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์กำไรในอนาคตได้ โดยนำกำไรที่ที่ปรึกษาประมาณการและคูณด้วยสัดส่วนที่เราเข้าไปถือหุ้นจะได้เป็นกำไรของเรา จากนั้นสามารถนำไปทำอะไรได้อีกหลายอย่างเช่นประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธี PE ratio โดยหาราคาเหมาะสมจาก P = PE x EPS เป็นต้น

          3.ติดตามผลงาน
                    ในจังหวะที่ซื้ออาจดูสวยหรู ดูดีมีอนาคต แต่ของจริงวัดกันที่หลังจากซื้อแล้วบริษัทสามารถเติบโตได้อย่างที่โม้ไว้หรือไม่ การดูว่าแนวโน้มเป็นอย่างไรสามารถดูได้จากงบการเงินที่เกิดขึ้นจริง เทียบกับที่ประมาณการไว้ โดยถ้าหลังจากซื้อแล้วกำไรเติบโต แนวโน้มของ ROA ROE สม่ำเสมอไม่ลดลง มีกระแสเงินสดเพียงพอในการจ่ายหนี้ ถือว่าดีมีอนาคตหุ้นสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้ แต่ถ้าซื้อกิจการมาแล้วรายได้เริ่มถดถอย ไม่เติบโต ROA ROE ลดลง ต้องระวังไว้ว่าจะขาดทุนได้ในไม่ช้าครับ ราคาหุ้นจะมีมีแนวโน้มลดลงแบบหาพื้นไม่ได้
                    จะเห็นว่าการขยายกิจการโดยการลงทุนเพิ่ม แม้ว่าจะทำให้กำไรเติบโตแบบก้าวกระโดดแต่ก็แลกกับความเสี่ยงที่อาจโดนย้อมแมวไปซื้อของที่ไม่ดีเข้ามาก็เป็นไปได้