วางแผนการลงทุน : ปลดหนี้ VS กองทุน 
บทความโดย อ.วชิรเมษฐ์ ธเนศสถิตพงศ์

 


         สิ่งที่ต้องระวังของคนที่ต้องการลดหย่อนภาษีเงินได้ โดยการซื้อประกันชีวิต  กองทุน LTF และ RMF ซึ่งวันนี้ผมจะพูดในส่วนของ RMF นะครับ ในส่วนของ RMF มีคนส่วนน้อยที่ซื้อกองทุน RMF เนื่องจากรู้สึกว่าต้องรออายุเกิน 55 ปีไปแล้วถึงจะได้ใช้เงินกองนั้น แต่ RMF ก็มีข้อดีกว่า LTF ตามนี้ครับ
         1.มีกองทุนหลายประเภทให้เลือกมากกว่า LTF ที่ลงทุนแค่ในหุ้นเท่านั้น
         2.
สามารถเปลี่ยนประเภทกองทุนใน RMF ได้ ทำให้มีทางเลือกในการลดความเสี่ยงได้

         ซึ่งจากข้อดีข้อที่ 2 ตรงนี้ทำให้การลงทุนในตราหนี้ผ่านกองทุน RMF มีข้อดีตรงที่ ความเสี่ยงต่ำผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก และ ยังได้ลดหย่อนภาษีตามฐานภาษีอีก ดังนั้น ตราสารหนี้ใน RMF จึงถูกใช้ประโยชน์ 2 อย่างสำหรับคนที่ลงทุนใน RMF
         1.ใช้เพื่อลดหย่อนภาษี โดยไม่ต้องการรับความเสี่ยงสูง เพราะ ผลตอบแทนต่ำ ความผันผวนของหน่วยลงทุนต่ำ
         2.ใช้เป็นกองทุนที่เอาไว้พักเงิน หรือ หนีวิกฤตใน กองทุนตลาดหุ้น ที่มีความเสี่ยงสูง ในกองทุน RMF ด้วยกันและยิ่งเป็น RMF ของกองทุนเดียวกันจะไม่เสียค่าธรรมเนียมตอนย้ายด้วย เสียเพียงส่วนต่างราคา

         ผลตอบแทนจากกองทุนตราสารหนี้ 8 ปี รวมกับได้ผลตอบแทนเงินลดหย่อนภาษีเงินได้ฐานสูงสุด จะได้ผลตอบแทนต่อปีโดยประมาณอยู่ที่ 5.55% ซึ่งแน่นอนว่าความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนจึงต่ำไปด้วย แต่สำหรับคนที่มีภาระหนี้ต้องผ่อนนาน ๆ เช่น ผ่อนบ้าน ที่ดิน จะต้องคำนวณดี ๆ  ว่าการเอาเงินไปซื้อกองทุน RMF เพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้ฐานสูงสุด เพื่อพักเงินหรือออมเงิน ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าหรือไม่  เมื่อเทียบกับนำเงินก้อนนั้นไปชำระหนี้ผ่อนบ้าน

         ดังนั้นถ้าดอกเบี้ยผ่อนบ้านสูงกว่า 5.55% และเรามีอายุน้อยกว่า 56-8 เท่ากับ 48 ปี เราก็ควรนำเงินไปผ่อนชำระหนี้บ้านจะดีกว่าครับ  ส่วนคนที่มีหนี้อยู่คงไม่มีใครลงทุนในตราสารหนี้ โดยไม่ได้รับผลตอบแทนจากเงินลดหย่อนภาษีหรอกนะครับ เพราะ มันไม่คุ้มเลยครับ

หลักสูตรการสอนที่ efinSchool
โดย อ.วชิรเมษฐ์ ธเนศสถิตพงศ์
       สัดส่วนที่พอดี Money Management       
       ปั้นพอร์ต ทำกำไร ด้วยหุ้น Big Cap       
       กลยุทธ์พิชิตพอร์ตหุ้น Turnaround