กลยุทธ์ดูหุ้นไล่ราคา
บทความโดย อ.ลริตา เติมประชุม

 
         กลยุทธ์ดูหุ้นไล่ราคามีเทคนิคการซื้อมาขายไปภายในวันทำอย่างไร ?? ต้องวิเคราะห์อะไรบ้าง ดูฟังก์ชันไหนเป็นคำถามที่ทาง efin school ได้รับค่อยข้างบ่อยเลยค่ะ วันนี้เจียวจะมาแนะนำเทคนิคการดูในส่วนนี้กันค่ะ เริ่มจากนักลงทุนเดย์เทรดสมัยก่อน ที่เค้าเคยใช้ประสบการณ์  การลงทุนในหุ้นเดย์เทรด เราได้ศึกษาพฤติกรรมการลงทุนและเทคนิคที่เค้าใช้ไม่มีอะไรมากเลยค่ะ คือดู ticker ทั้งตลาดทำไมนักลงทุนสมัยก่อยถึงต้องงดู ticker ทั้งตลาด เราไปดูภาพ ticker กันก่อนเลยค่ะ

เทคนิคการดูจาก ticker

  1. สังเกต ticker ที่ symbol เดียวกันไหลติดๆ กันมา 
  2. สังเกต ลูกศรสามเหลี่ยมสีเขียวชี้ขึ้น และสีแดงชี้ลง
             ↑ ลูกศรสีเขียวชี้ขึ้น หมายถึงราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นจากราคาก่อนหน้าเป็นครั้งแรก
             ลูกศรสีแดงชี้ลง  หมายถึงราคาปรับตัวลดลงจากราคาก่อนหน้าเป็นครั้งแรก

ยกตัวอย่างเช่น
                       SAWAD  ถูกซื้อขายที่ราคา 31.75 บาทต่อมา
                       SAWAD  ถูกซื้อขายที่ราคา 32 จะมีลูกศรสีเขียวชี้ขึ้นหน้า symbol และหาก
                       SAWAD  ถูกซื้อขายที่ราคา 32 บาทเป็นครั้งที่ 2 จะไม่มีลูกศรแล้วเพราะย้ำที่ราคาเดิมจะไม่มีลูกศร
                       SAWAD  ถูกซื้อขายที่ราคา 31.75 บาทอีกครั้งจะมีลูกศรสีแดงชี้ลงเนื่องจากราคาปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรก

  1. หากเห็นลูกศรสีเขียวชี้ขึ้นติดๆกันที่หุ้นตัวเดิม หมายความว่าหุ้นตัวนั้นกำลัง ไล่ราคา นักลงทุนจะรีบนำหุ้นตัวนั้นไปเปิดกราฟเทคนนิคเพื่อจับจังหวะการซื้อ-ขาย

ฟังก์ชันที่ช่วยสังเกตหุ้นที่กำลังไล่ราคาของนักลงทุนสมัยใหม่


         Spread Price Analysis  เป็นเครื่องมือที่ใช้ค้นหาหุ้นที่มีความผิดปกติด้านการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงเวลาแคบๆ อาจจะจัดได้ว่าเป็นหุ้นเก็งกำไรหรือกำลังไล่ราคา โดยมีลักษณะการดูเหมือนกับนักลงทุนสมัยก่อน คือสังเกต ชื่อหุ้นตัวเดียวกันไหลติดๆกันมา และมีลูกศรสีเขียวชี้ขึ้นติดๆกัน แต่ Spread Price Analysis จะดูได้ง่ายกว่าเนื่องจากมีการแบ่งช่วงราคาที่หุ้นกระโดดได้ด้วย

ความหมายของส่วนต่างๆใน Spread Price Analysis

  1. -/+ 1 Spread เรียง 1- 3 Spread คือ ช่อง ที่ใช้กำหนดค่าของช่วง Spread ที่นักลงทุนต้องการ
  2. Set Time (Minutes) คือ กรอบระยะเวลาเงื่อนไขที่นักลงทุนคิดว่า ถ้าราคาขึ้นเกินกี่ Spread ในช่วงกรอบเวลานี้ ถือว่าผิดปกติ
  3. Time Remain เป็นการนับเวลาถอยหลังให้รู้ว่า เมื่อไหร่จะเริ่มนับเปรียบเทียบราคาใหม่
  4. Continue Count เป็นการกำหนดรูปแบบการคำนวณ ว่าจะคำนวณแบบให้ครบรอบระยะเวลาแล้วเริ่มนับใหม่ หรือคำนวณแบบอิงราคาเริ่มต้นครั้งแรก ตั้งแต่เปิด Feature มาเปรียบเทียบตลอด
  5. Spread Info คือ ข้อมูลช่วง Spread ราคาหุ้นที่ปัจจุบันมีการใช้กันอยู่ว่าราคาหุ้น 2 - 5 บาท จะให้เสนอราคาได้ Spread ละ 0.02 บาท
  6. Default คือ ปุ่มสำหรับกำหนดค่าต่างๆให้กลับมาเป็นค่าเริ่มต้นที่ในโปรแกรมกำหนดมา
  7. ลูกศรสีขียวในตาราง เป็นการแสดงผลว่าหุ้นนั้นตกลงซื้อขายกันได้ที่ราคาสูงกว่าราคาก่อนหน้า
  8. ลูกศรสีแดงในตาราง เป็นการแสดงผลว่าหุ้นนั้นตกลงซื้อขายกันได้ที่ราคาต่ำกว่าราคาก่อนหน้า
  9. No. เป็นการบอกว่าหุ้นดังกล่าวมีการตกลงซื้อขายกันเป็นไม้ที่เท่าไหร่ หรือครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ณ ช่วง Spread นั้นๆ

หลักการทำงาน Spread Price Analysis
         ถ้าหุ้นตัวไหนที่มีการเคลื่อนไหวของราคา เปลี่ยนแปลงไป 1,2 หรือ 3 Spread ในช่วงระยะเวลา 3 นาที เทียบกับราคาเริ่มต้นตั้งแต่เปิด  Feature นี้ขึ้นมาก็จะแสดงผลในช่อง 1,2 และ 3 Spread ตามลำดับ
         1 Spread หมายถึง หุ้นที่มีการเปลี่ยนแปลง 1 ช่วงราคา
         2 Spread หมายถึง หุ้นที่มีการเปลี่ยนแปลง 2 ช่วงราคา
         3 Spread หมายถึง หุ้นที่มีการเปลี่ยนแปลง 3 ช่วงราคา
         แต่ส่วนมากหุ้นเปลี่ยนแปลงทีละ 1 spread อยู่แล้วนักลงทุนจึงเปลี่ยนจาก 1 ช่อง เป็น 4 ช่อง ดังรูปด้านล่างเราจะเห็นว่าหุ้น ACAP เริ่มไล่ราคาจาก 2 ช่อง(ช่องกลาง) แล้วเพิ่มเป็น 3 ช่อง (ช่องขวา) แล้วไล่ไปถึง 4 ช่องราคา (ช่องทางด้านซ้าย) โดยใช้เวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น (set time minutes สามารถตั้งได้สูงสุด 15 นาที)โดยส่วนใหญ่ พบว่าหุ้นเหล่านี้จะมีพฤติกรรมการเคลื่อนไหว อยู่ที่ประมาณ 15 - 50 นาที ซึ่งหมายความว่า ถ้านักลงทุนเข้าซื้อหุ้นในช่วงเวลาดังกล่าวพอดี  ก็จะได้กำไรเร็ว แต่ถ้านักลงทุนไม่ได้ซื้อในช่วงเวลาดังกล่าว ราคาหุ้นอาจจะเริ่มปรับตัวลดลง หรือราคาไม่ขึ้นลงมากนักในรหว่างวัน นักลงทุนก็ต้องรอจังหวะต่อไป

วิธีการปรับใช้กับกราฟเทคนิค

  1. ขั้นตอนแรกหากเจอหุ้นที่กำลังไล่ราคาให้รีบเปิดกราฟเทคนิค แล้วเปลี่ยน period เป็น 3 หรือ 5 นาที จริงๆแล้วหากถามต่อควร แล้ว 3 กับ 5 นาทีอันไหนดีกว่ากัน คำตอบคือ แล้วแต่ความรววดเร็วของนักลงทุนแต่ละท่านเลยค่ะ แต่ให้ทราบไว้ว่าหากเราใช้ 5 นาที ทุกๆ 5 นาทีเราต้องเห็นแท่งเทียน 1 แท่ง แล้วก็วิเคราะห์ ฉะนั้นต้องมีเวลาเฝ้าสุดๆเลยค่ะ
  2. ปรับ Volume ให้เป็นสีอิงตามราคา close เพื่อทายพฤติกรรมนักลงทุน ผ่านราคา close หากราคา close ต่ำลงเรื่อยๆ เราเชื่อว่านักลงทุนเริ่มกลัวเพราะเค้ารู้ว่าราคานี้ถูกแล้วนะ แต่ก็ยังยอมซื้อขายแสดงว่านักลงทุนเริ่มกลัว เราจึงใช้ความกลัวนี่แหละค่ะเป็นจุดออก เนื่องจากนักลงทุนส่วนมากซื้อของแล้วขายไม่ค่อยเป็นไม่กล้าตัดสินใจ อีกทั้งหุ้นดังกล่าวยังยากต่อการวิเคราะห์ และไม่นิยมใส่ indicator เป็นจุดออกของเนื่องจาก indicator จะช้ากว่าการวิเคราะห์ volume จึงไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่นักแต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่
  3. จุดที่เราเห็นว่าหุ้นกำลังไล่ราคาแล้วรีบเปิดกราฟจะเป็นจุดที่เสี่ยงที่สุด ส่วนมากนักลงทุนที่รีบซื้อเลยจะเสียเปรียบและขาดทุนเพราะเราจะไปติดดอยอยู่บนๆเลยค่ะ แท่งถัดมามันก็จะไม่ไปไหนเพราะฉะนั้นเมื่อเราเห็นว่ามันกำลังไล่ราคาก็แค่เฝ้าและจดไว้ใน list ของเราค่ะ โดยทั่วไปแล้วก่อนที่หุ้นจะไล่ราคาจะมีลักษณะ side way ออกด้านข่างแล้วค่อยดีด หรือมีศัพท์ติดปากที่ว่า เอื่อยๆดีด เอื่อยๆดีด ตามภาพเราจะเห็นจังหวะที่หุ้นดีดแล้วพักตัว ในช่วงที่พักตัวนั่นแหละค่ะเป็นช่วงที่ค่อนข้างดี เลยใช้เป็นจุดซื้อของนักเดย์เทรด**แต่หากนักลงทุนซื้อไปแล้วอย่าลืมกำหนดจุด cutloss ไว้ด้วยนะคะหากรอบนั้นไม่เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ก็ออกก่อนค่ะ ถือว่ารอบนั้นไม่ใช่

 

มันไม่ง่ายเลยนะคะกับการที่จะเป็นนักเดย์เทรดเพราะคุณสมบัติของนักเดย์เทรดจริงๆ ที่ต้องมีคือ

  1. เวลา เวลาสำคัญมากหากเราอยากซื้อมาขายไปภายในวันแต่ต้องทำงานหรือทำอย่างอื่นด้วย ก็ไม่ควรเล่นเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะจากหลักการเราต้องเฝ้า โดยเฉพาะการเฝ้าจุดที่ต้องออกนี้แบบลุ้นสุดๆไปเลย
  2. มีความรวดเร็วในการซื้อขายหุ้น
  3. ต้องใจเย็น หากเราเป็นคนประเภททำตัวร้อนรน ซื้อขายแบบ รนๆ อาจจะทำให้ คีย์ซื้อขายผิดได้ ข้อนี้อันตรายมากค่ะ
  4. ความรู้ ประสบการณ์ สิ่งนี้สำคัญไม่แพ้กันหากเรามีประสบการณ์ในการใช้งานกราฟเทคนิค ดูกราฟออกว่าพฤติกรรมราคาจะเป็นไปในทิศทางใด จะได้เปรียบมากในการเล่นค่ะ

ข้อแนะนำ

  1. ควรทำตามเทคนิคดังกล่าวด้วยการจดมือก่อนอย่างเพิ่ง Action จริง ลองทดสอบกับตัวเอง หากเราเล่นไปสัก 30 ครั้งแล้วทายถูกมากกว่าทายผิดถือว่าใช้ได้ แต่ถ้ายังทายผิดมากกว่าทายถูกก็อย่าเพิ่งเล่นจริงนะคะ เล่นจริงก็เจ็บจริงอยู่ดีค่ะ
  2. ควรเล่นด้วยเม็ดเงินน้อยๆก่อน ปลอดภัยกว่า
  3. ควรใช้ฟังก์ชันเพิ่มเติมกับ Most active by period > trade จะเพิ่มคุณภาพให้กับหุ้นเดย์เทรดเรามากขึ้นค่ะ

วิธีการเปิด Most active by period > trade

  1. คลิกที่ ranking
  2. เลือก set
  3. เลือก Most Active by Period
  4. เลือก Trade

               Most Active by Period Trade ถูกออกแบบมาด้วยแนวคิดที่ว่าหุ้นที่ถูกทำราคามักจะมีช่วงที่ราคาขึ้นเร็วในช่วงเวลาสั้นๆ หรือในรอบ 1 ,2 ,3 ,4 นักลงทุนซื้อขายหุ้นตัวไหนแบบรัวๆ ทำให้นักลงทุนอยากทราบว่าหุ้นตัวไหนที่กำลังวิ่งขึ้นอยู่เพื่อที่จะได้ไม่พลาดในการซื้อตาม หากเจอหุ้นที่ติดใน spread price analysis แล้วยังติดใน Most Active by Period Trade หุ้นตัวนั้นจะน่าสนใจกว่าหุ้นตัวอื่นค่ะ