เพราะเข้าใจโลกทุนนิยม จึงจำเป็นต้องลงทุน

บทความโดย อ.วชิรเมษฐ์ ธเนศสถิตพงศ์

 

               เนื่องจากเราทุกคนยังจำเป็นต้องอยู่ในโลกทุนนิยมนี้ เราทุกคนควรจะเข้าใจระบบทุนนิยมอย่างง่ายๆ เพื่ออยู่รอดในระบบทุนนิยมให้ได้กันครับ

               ผมอยากให้พวกเราดูรูป ระบบทุนนิยมอย่างง่ายๆ นะครับ มันจะถูกแบ่งเป็น 2 ด้าน
               ด้านซ้ายจะเป็นฝ่ายของ นายทุน หรือ เจ้าของกิจการต่างๆในโลก ซึ่งเราจะครอบครองสิ่งที่จำเป็น 4 อย่าง

               1. ทรัพยากร อันนี้หมายถึง พวกวัตถุดิบต่างๆ ที่จำเป็นต่อการผลิตสินค้าหรือบริการอะไรสักอย่าง เช่น สินค้าทางการเกษตร หรือ น้ำมัน สินแร่ ต่างๆ ก็อยู่ในกลุ่มนี้นะครับ
               2. ที่ดิน อันนี้พวกเราเข้าใจตรงกันครับ ง่าย
               3. แรงงาน หมายถึง คนที่จะมาช่วยในการดำเนินธุรกิจ
               4. เวลา ทุกอย่างต้องใช้เวลาในการใช้ 3 อย่างแรกผสมกันจนเกิดเป็น สินค้า หรือ บริการออกมาให้ผู้บริโภค

               ด้านขวา เป็นฝ่ายของ ผู้บริโภค หรือ ประชากรทุกคนบนโลกนี้ ที่มีความต้องการใช้ทรัพยากร หรือ สินค้า และ บริการ ตลอดเวลา โดยเฉพาะ เมื่ออายุมากขึ้นเราจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้นไปด้วย มาถึงตรงนี้ระบบทุนนิยมจึงกำหนดตัวกลางขึ้นมาเพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนกันระหว่าง ฝ่าย Demand กับ Supply นั้นก็คือ เงิน ที่ทุกคนนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันนั้นเองครับ

               แนวคิดของระบบทุนนิยมเชื่อว่า ทรัพยากร มีอยู่อย่างจำกัด แต่ ความต้องการของมนุษย์ไม่จำกัด และระบบทุนนิยมจะใช้ผลักดันให้กลุ่มนายทุนพยายามทำทุกอย่างเพื่อ ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยกตัวอย่างเรื่อง ที่ดิน ประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เราจำเป็นต้องใช้ที่ดิน เพื่อ อยู่อาศัย และ เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ มากขึ้น เพื่อผลิตอาหารให้เพียงพอ ก็หมายความว่า ที่ดิน ไม่เพียงพอนั้นเอง การสร้างคอนโด ก็เป็นผลผลิตจากระบบทุนนิยมที่มีคนแก้โจทย์สำเร็จให้ใช้ที่ดินได้คุ้มค่ามากกว่าเดิมในอดีต ส่งผลให้คนที่แก้โจทย์ได้ ก็ได้รับผลตอบเป็นเงินไปครับ

               มาถึงจุดนี้ผมอยากให้เรานึกถึงการประมูลสินค้าที่มีคนต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ แต่ของที่นำมาประมูลมีอยู่อย่างจำกัด สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เราต้องใช้เงินมากขึ้นเพื่อให้ได้ทรัพยากรเท่าเดิม เหมือน ราคาอาหารที่เรากินทุกวัน ผ่านมาหลายปีราคามันก็เพื่มสูงขึ้นเรื่อยๆ นั้นหมายความว่า ธรรมชาติของระบบทุนนิยม เงินซึ่งเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนจะด้อยมูลค่าลงเรื่อยๆ หรือ อำนาจซื้อน้อยลง หรือ บางคนเรียกข้าวของแพงขึ้นนั้นเอง แต่ในด้านลงทุนเราเรียกว่า เงินเฟ้อครับ และถ้าทุกคนที่อยู่ในระบบทุนนิยมแต่เลือกที่จะเก็บเงินไว้กับตัวเองเยอะๆ หรือ สะสมแต่เงิน ก็จะโดนธรรมชาติของระบบทุนนิยมที่เรียกว่า เงินเฟ้อ ทำให้มันด้อยค่าลงไปเรื่อยๆ

               ด้วยเหตุนี้การลงทุนจึงเข้ามาแก้ปัญหาตรงนี้ แทนที่เราจะเก็บเป็นเงินสดไว้กับตัวเยอะๆ เราก็เลยเลือกที่จะเก็บเป็นทรัพยากรด้านเดียวกับนายทุน ที่อนาคตจะมีคนต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ แทน และเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า เราจำเป็นต้องใช้เงิน เราก็ค่อยแลกทรัพยากร กลับมาเป็นเงิน ซึ่งเราจะได้เงินมากกว่าเงินเฟ้อ ถ้าทรัพยากรที่เราเก็บไว้คนต้องการก็จะประมูลทรัพยากรใหม่ด้วยเงินที่มากกว่าเดิมครับ

               เพราะเหตุนี้คนที่อยู่ในโลกทุนนิยมจึงต้องพยายามลงทุน หรือ เลือกเก็บทรัพยากรฝังเดียวกับนายทุน ที่อนาคตจะมีคนต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ แทนการเก็บเงินนั้นเองครับ ถ้าเราลงทุนในตลาดหุ้น เราก็ต้องเลือกนายทุนที่คิดว่าจะเป็นผู้ชนะในระบบทุนนิยมระยะยาวให้ได้ครับ