รู้หรือไม่? ควรเล่นหุ้นเมื่อตลาดขาขึ้น!
บทความโดย อ.สันทัด วัฒนายน 



รู้หรือไม่? ควรเล่นหุ้นเมื่อตลาดขาขึ้น!
                    เนื่องจากมีนักลงทุนสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมากว่าเราสามารถทำกำไรจากการเล่นหุ้นในช่วงตลาดขาลง หรือ ตลาด Side way ได้ไหม ผมตอบเลยครับว่า “ได้” แต่นักลงทุนต้อง “เก่ง" และ "มีวินัยที่จะทำตามระบบ” มากกว่านักลงทุนทั่วไป และผมต้องขอย้อนกลับถามนักลงทุนว่า ท่านเก่ง และมีวินัย พอที่จะเล่นหุ้นในตลาดขาลงไหมแนวคิดการเก็งกำไร สไตล์ Swinging Trader ที่เราจะเข้าเก็งกำไรเฉพาะช่วงเวลาที่เอื้ออำนวยเท่านั้น จากงานวิจัยของผมแสดงให้เห็นว่า ในช่วงเวลาที่ภาพรวมตลาด “ดี” หุ้นส่วนใหญ่ในตลาด นั้นมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่าหุ้นที่ปรับตัวลดลง เรียกง่ายๆ ว่า หุ้นเขียว มากกว่า หุ้นแดง ในทางกลับกันเมื่อไหร่ที่ภาพรวมตลาด “แย่” หุ้นส่วนใหญ่ก็จะปรับตัวลดลงมากกว่าเพิ่มขึ้น (หุ้นแดง มากกว่า หุ้นเขียว)

                    วันนี้ผมจะแสดงรายละเอียดของงานวิจัยที่ผมได้รับมอบหมายให้นักลงทุนดูกัน และนักลงทุนจะเข้าใจว่าทำไมเราถึงต้องเล่นหุ้นในช่วงตลาดขาขึ้นเท่านั้นครับ งานวิจัยที่ผมได้รับมอบหมายนั้นเริ่มจากคุณวชิรเมษฐ์ ธเนศสถิตพงศ์ บอกว่า “พี่กายผมอยากรู้ว่า งบการเงินมีผลต่อราคาหุ้นจริงไหม?” ประโยคที่พูดไม่ถึง 1 นาที ผมต้องใช้เวลาทำ 2 เดือน!!

                    ผมได้เริ่มจากการนำหุ้นที่มีงบการเงินย้อนหลัง 25 ไตรมาส จำนวน 300 ตัว มาทำการหาราคาหุ้นและดัชนี (SET Index) มาทำการคำนวนใน 3 ช่วงเวลา ดังนี้
1.ก่อนงบสอบทาน 1 เดือน     2.หลังงบสอบทาน 10 วัน      3.หลังงบสอบทาน 1 ไตรมาส


ภาพที่ 1 แสดงตัวอย่างรายละเอียดงานวิจัยชิ้นนี้


ภาพที่ 2 แสดงตัวอย่างรายละเอียดงานวิจัยชิ้นนี้


ภาพที่ 3 แสดงตัวอย่างรายละเอียดงานวิจัยชิ้นนี้


                     จากภาพที่ 1-3 นั้นเป็นการแสดงตัวอย่างรายละเอียดงานวิจัยนี้ ซึ่งวิธีคำนวนคร่าวๆ คือ นำราคาหุ้นที่มีงบการเงิน ดี และ แย่ มาเทียบกับ ดัชนี ณ ช่วงเวลาต่างๆ ซึ่งใช้ข้อมูลประมาณ 300,000 ข้อมูลมาใช้ จนได้ผลลัพธ์ดังต่อไปนี้


ภาพที่ 4 แสดงสัดส่วน หุ้นเขียว และ หุ้นแดง ใน 3 ช่วงเวลาทุกไตรมาส ย้อนหลัง 25 ไตรมาส


                   

                      จากภาพที่ 4 ในช่วงที่ SET บวก หรือภาพรวมตลาดดีนั้น หุ้นที่มีงบการงั้นทั้งดี และแย่ จะมีสัดส่วนหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่าหุ้นที่ปรับตัวลดลง เรียกง่ายๆ ว่า หุ้นเขียว มากกว่า หุ้นแดง โดยเฉลี่ย หุ้นเขียว จะมี60-75%  และในทางกลับกันเมื่อไหร่ที่ภาพรวมตลาด “แย่” หุ้นส่วนใหญ่ก็จะปรับตัวลดลงมากกว่าเพิ่มขึ้น (หุ้นแดง มากกว่า หุ้นเขียว) โดยเฉลี่ย หุ้นเขียว จะมีเพียง 30-40% เท่านั้น
 
                      เพียงเห็นข้อมูลนี้นักลงทุนจะทราบแล้วนะครับว่า ถ้าเราเล่นหุ้นในช่วงตลาดดี เราจะมี “โอกาส” ซื้อหุ้นแล้วราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดนั่นเอง นักลงทุนไม่จำเป็นต้องเก่งมากมายเราแค่เล่นหุ้นไปตามภาพรวมตลาดเราก็มีโอกาสได้ “กำไร” มากกว่า “ขาดทุน” นั้นเองครับ
 
                      นักลงทุนหลายท่านอาจจะมีความเห็นแย้งว่า “ก็ในช่วงที่ตลาดแดงฉาน ก็ยังมีหุ้นเขียวสวนตลาด” ผมก็ไม่ได้เถียงนะครับเพราะมันมีจริงๆ แต่เราเก่งพอที่จะหาหุ้นเหล่านั้นเจอไหม? เท่านั้นเองครับ 
 
                      Q: เมื่อ SET ลงเราจะทำไงดีล่ะ?
                      A: ส่วนใหญ่ผมมักจะเลิกเล่นหุ้นในภาวะที่ตลาดเป็นขาลง แต่จะหันไปเล่นสินค้าอื่นแทน เช่น TFEX, SBL หรือ DWฝั่ง Put เป็นต้นครับเพราะเราจะกลับมามีโอกาสถูก 60-70% กันอีกครั้ง
 
                      ทั้งหมดนี้คงจะตอบข้อสงสัยของนักลงทุนหลายๆ ท่านที่ถามผมเข้ามานะครับ นักลงทุนลองนำมุมมองของผมไปปรับใช้ให้เหมาะกับสไตล์การลงทุน และภาวะตลาด
                       นักลงทุนที่ดีต้องเป็นนักซื้อขายโอกาสและเข้าเก็งกำไรเฉพาะช่วงตลาดเอื้ออำนวยเท่านั้น

  
                    หนังสือ7 ขั้นฟันกำไร ด้วย ฟันด์โฟลว์ โฟลว์เข้าเราลอก โฟลว์ออกเราเผ่น แค่นี้ก็ "ฟันกำไร" จากตลาดหุ้นได้แล้ว หนังสือเริ่มนี้ได้รวบรวมขั้นตอนการสร้าง "โอกาส" ในการฟันกำไรจากตลาดหุ้นเข้าไว้ด้วยกัน อย่างเป็น "ระบบ" สนใจคลิ๊ก อย่าลืมนะครับ นักลงทุนที่ดีต้องเป็นนักซื้อขายโอกาสและเข้าเก็งกำไรเฉพาะช่วงตลาดเอื้ออำนวยเท่านั้น