3เรื่องต้องรู้เมื่อบริษัทซื้อหุ้นคืน
บทความโดย อ.ภัทรธร ช่อวิชิต  


3เรื่องต้องรู้เมื่อบริษัทซื้อหุ้นคืน
               การซื้อหุ้นคืนถือเป็นการให้ผลประโยชน์ให้แก่ผู้ถือหุ้นแนวทางหนึ่งที่หลายๆบริษัทนิยมทำกัน สำหรับนักลงทุนที่มีหุ้นอยู่แล้วการตัดสินใจว่าจะซื้อ ถือ หรือขาย จำเป็นต้องทราบผลกระทบที่มีต่อผลประกอบการในปัจจุบันและอนาคต ถ้าทิศทางผลประกอบการมีแนวโน้มดีขึ้นก็น่าถือต่อ ถ้าไม่ก็ควรพิจารณาขายออกไป

1.ผลกระทบต่อผลประกอบการ
               เมื่อบริษัทมีเงินเหลือๆไม่รู้ทำอะไรดี หรือบริษัทมองว่าบริษัทตัวเองมูลค่ากิจการต่ำไป การซื้อหุ้นคืนเป็นทางเลือกหนึ่งในการให้ผลประโยชน์กับผู้ถือหุ้น โดยขั้นตอนการซื้อหุ้นคืนเริ่มจากมีมติคณะกรรมการ จากนั้นจะทำการซื้อหุ้นคืนโดยนำเงินของบริษัทมาซื้อหุ้นในตลาดหรือจะเรียกซื้อหุ้นคืนแบบเฉพาะเจาะจงก็ได้ และหุ้นที่ซื้อคืนนั้น บริษัทจะต้องจำหน่ายคืนใน 3 ปี หรือบริษัทอาจลดทุนตัดหุ้นที่ซื้อคืนหายไปเลยก็ได้
               ผลกระทบในงบการเงินคือ ฝั่งสินทรัพย์เงินสดจะลงลง ในฝั่งทุนส่วนของผู้ถือหุ้นจะลดลง ไปอยู่ในรายการ ”หุ้นทุนซื้อคืน” ไม่กระทบอะไรกับงบกำไรขาดทุน แต่เมื่อจำนวนหุ้นของบริษัทลดลงเวลาที่คิดออกมาเป็น กำไรต่อหุ้น จะเพิ่มขึ้น ผู้ถือหุ้นเดิมจะได้รับเงินปันผลมากขึ้น และเมื่อกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นก็ทำให้ทิศทางราคาหุ้นของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นด้วย

2.การซื้อหุ้นคืนในมุมมองของกิจการ
               ในมุมมองของกิจการอาจมองว่า บริษัทมีเงินสดส่วนเกินเหลือเยอะไม่รู้เอาไปทำอะไร และหุ้นตัวเองก็มีมูลค่าที่ไม่แพง ดังนั้นการนำเงินสดไปซื้อหุ้นในตลาด น่าจะให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงกว่านำเงินไปลงทุนโครงการใหม่ๆ และผู้ถือหุ้นที่ได้รับเงินจากการขายหุ้นให้บริษัทก็อาจนำเงินไปลงทุนในโครงการอื่นๆที่นักลงทุนเห็นว่าได้ผลตอบแทนมากกว่าก็เป็นไปได้
                อีกมุมมองหนึ่งคือการป้องกันการถูกซื้อกิจการแบบไม่เป็นมิตร ในบางครั้งอาจมีคนจ้องฮุบกิจการโดยการเข้ามาแอบซื้อหุ้นโดยไม่ให้เรารู้ตัว ถ้าผู้บริหารเริ่มระแคะระคายก็อาจทำโครงการซื้อหุ้นคืนจากตลาด ทำให้จำนวนหุ้นโดยรวมลดลงและสัดส่วนการถือหุ้นของเจ้าของก็เพิ่มขึ้นด้วย

3.การซื้อหุ้นคืนในมุมมองผู้ถือหุ้น
               การซื้อหุ้นคืนถ้าซื้อคืนเพราะเหตุผลว่าไม่รู้เอาเงินไปทำอะไร แสดงว่าหุ้นตัวนั้นไม่น่าจะเป็นหุ้นเติบโต จะไม่เหมาะกับนักลงทุนที่ชอบลงทุนในหุ้นเติบโต อาจมองเป็นหุ้นสำหรับเก็บปันผลเรื่อยๆสม่ำเสมอจะเหมาะกว่า
               ผลกระทบในงบการเงิน เมื่อสินทรัพย์ลดลง และทุนลดลง จะทำให้ ROA ROE ของบริษัทปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนต้องคอยสังเกตว่า ROA ROE เพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนเดียวกับ สินทรัพย์ หรือทุนที่ลดลงหรือไม่ ถ้า ROA ROE เพิ่มขึ้นน้อยกว่าแสดงว่า บริษัทกำไรสุทธิลดลง ถ้ากำไรยังลดลงแบบต่อเนื่องก็สมควรพิจารณาขายทิ้งจะดีกว่า เช่นซื้อหุ้นคืนทำให้สินทรัพย์ลดลงไป 10% แสดงว่า ROA ควรเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10% ด้วย

               การซื้อหุ้นคืนก็เป็นแนวทางหนึ่งในการให้ผลตอบแทนคืนสู่ผู้ถือหุ้น แต่สำหรับเราที่เป็นนักลงทุนต้องพิจารณาผลกระทบของกิจการในระยะยาวว่าเป็นอย่างไร ถ้ากิจการนำเงินสดมาซื้อหุ้นคืนแล้วยังสามารถเติบโตได้เหมือนเดิมก็เป็นผลดีกับผู้ถือหุ้นแต่ถ้ากิจการไม่สามารถเติบโตต่อได้ก็สมควรพิจารณาขายทิ้งไปหาโอกาสในการลงทุนใหม่ๆจะดีกว่า