5 checklist หุ้นที่มีโอกาสขึ้น
บทความโดย อ.ภัทรธร ช่อวิชิต  


5 checklist หุ้นที่มีโอกาสขึ้น

               หุ้นทั้งตลาดมีมากกว่า 600 ตัว เยอะจนเลือกไม่ถูกว่าจะซื้อตัวไหนดี  ดังนั้นการคัดกรองหุ้นที่จะเข้ามาทำการบ้านก่อนการลงทุนหรือเก็งกำไรเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราคัดเลือกหุ้นที่มีโอกาสขึ้นมากกว่าลงจะทำให้การลงทุนมีโอกาสได้รับกำไรมากกว่าขาดทุน หัวใจคือเราต้องศึกษาทิศทางลมดีๆ ว่าคนในตลาดหุ้นเขาชอบอะไรกัน ถ้าเลือกหุ้นได้ถูกกระแสหุ้นก็มีโอกาสขึ้นได้มากกว่าครับ ในบทความนี้ผมได้ทำ check list หุ้นที่มีโอกาสขึ้นมากกว่าลง ทั้งพื้นฐานและเทคนิคครับ

1.หุ้นอยู่ในอุตสาหกรรมที่ตลาดชอบ
               การค้นหาหุ้นแบบ บนลงล่าง อาจต้องใช้จินตนาการนิดหน่อยโดยการอ่านภาพรวม ของสภาวะเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี นโยบายภาครัฐ แล้วมานั่งคิดต่อว่าอุตสาหกรรมไหนจะได้ประโยชน์บ้างแล้วมาวิเคราะห์เปรียบเทียบหุ้นในอุตสาหกรรมนั้นว่าตัวไหนจะได้ประโยชน์บ้าง ปกติจะเริ่มจากการอ่าน รายงานเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย “แถลงข่าวและรายงานเศรษฐกิจและการเงินรายเดือน” และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ “รายงานภาวะเศรษฐกิจไตรมาส

              รายงานก็จะบอกว่าภาคอุตสาหกรรมไหนบ้างที่กำลังเติบโต  หรือชะลอตัว  คนในตลาดก็อ่านรายงานเดียวกันก็มีแนวโน้มที่จะคิด  วิเคราะห์ไปแนวเดียวกัน เมื่อจะตัดสินใจลงทุนก็มักจะจัดสรรเงินลงไปในหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เติบโตจะมากกว่า หุ้นดีแต่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ไม่เติบโต เพื่อเป็นการยืนยันว่าเราไม่ได้คิดไปเอง ถ้าอุตสาหกรรมเติบโตจริงๆ เงินควรจะไหลเข้ามาในอุตสาหกรรมนั้น ทิศทางของดัชนีอุตสาหกรรมนั้นๆน่าจะเป็นขาขึ้นด้วย หุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ตลาดมองว่าดีก็มีแนวโน้มจะขึ้นมากกว่าคงที่ครับ ตามสำนวนพวกมากลากไป

2.กำไรเติบโต
              หุ้นที่วิ่งแรงๆสวนตลาดมักเป็นหุ้นที่กำไรเติบโตครับ กำไรทรงๆ ตลาดไม่ค่อยชอบเท่าไร ยิ่งถ้าเป็นหุ้นที่กำไรโตด้วยอย่างโดดเด่น และอยู่ในอุตสาหกรรมที่เติบโต ตลาดยิ่งชอบครับ ทาง efin ได้จัดเตรียม templet สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานให้ดูง่ายๆครับคือ templet ที่ชื่อ analysis stock มองทางขวาจะมีสรุปกำไรเป็นรายไตรมาศให้ ถ้าเห็นกำไรเพิ่มทุกปีเป็นอันใช้ได้ตลาดชอบ


3.มีอะไรใหม่ๆ
               ตลาดหุ้นไม่ชอบอะไรที่ทำซ้ำๆ เดิมๆ จะต้องมีปัจจัยอะไรใหม่ๆมาเร่งให้โตได้อีก ตามหลักการของ CANSLIM
ให้เรามองหาหา 5 ข้อนี้คือ

              1. New product  ออกสินค้าใหม่ อาจจะไปเจาะตลาดเดิม ตลาดใหม่
              2. New market   ออกไปแตะขอบฟ้าหาตลาดใหม่ๆ ถ้าหุ้นในไทยส่วนใหญ่มักจะชอบไปเจาะตลาด CLMV
              3. New customer  ลูกค้าใหม่อาจหาจากตลาดเดิมหรือไปเจาะตลาดใหม่ๆ ก็โตได้
              4. New management  ผู้บริหารเดิมวิธีคิดเดิมผลประกอบการก็จะเหมือนเดิมลองเปลี่ยนบ้างอาจจะดีขึ้น
              5. New high  ยิ่งราคาเป็นขาขึ้นมุมมองของคนในตลาดจะยิ่งมองเป็นหุ้นเติบโตสูง โตได้หรือไม่ได้ จุดนี้ต้องระวังครับ ถ้าซื้อหุ้นที่ราคาแพงเกินไป ถ้าเติบโตพลาดเป้าติดๆกัน หลายๆไตรมาศ ราคาหุ้นจะตกแบบหาพื้นไม่เจอเลย

4.ซื้อหุ้นแพงอย่างมีศักดิศรี
               หุ้นที่วิ่งๆเป็นขาขึ้นตามกราฟ จะให้ดีต้องมีพื้นฐานรองรับคือพื้นฐานดีไว้ก่อนแล้วชีวิตจะสดใส ผมแบ่งหุ้นเป็น 4 กลุ่มคือ  ดีและแพง ดีและถูก ไม่ดีแต่แพง และไม่ดีแต่ถูก ในการลงทุนเราจะเลือกลงทุน 2 กลุ่มแรกคือดีและแพง กับดีและถูก กลุ่มดีและแพงส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นยอดฮิตราคาเป็นขาขึ้น PE 30 เท่าขึ้นไป  ปันผลไม่เยอะ 1-2% หุ้นกลุ่มนี้ ถ้าจะถือต้องลุ้นว่ากำไรยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ถ้ากำไรยังโตต่อเนื่องราคาหุ้นก็จะปรับตัวสูงขึ้นต่อไป

               แต่สำหรับหุ้นถูกที่ พื้นฐานดีและ PE ต่ำ หุ้นกลุ่มนี้อาจจะอยู่ในอุตสาหกรรมที่ตลาดไม่สนใจเลยทำให้ราคาถูกอยู่ได้ ต้องลุ้นว่าจะมีปัจจัยอะไรเป็นตัวผลักดันให้ตลาดปรับราคาหุ้นให้อยู่ในราคาเหมาะสมได้ ระหว่างรอก็ถือกินปันผลไปได้ แต่ถ้าพื้นฐานไม่ดีก็ต้องระวังถ้าราคาขึ้นก็จะขึ้นได้ไม่ไกล ต่อให้ราคาหุ้นจะถูกแสดง      ถูกเช่นไรมันก็จะไม่ค่อยขึ้น
               หุ้นดีไม่ดีถ้าดูง่ายๆจากหน้า analysis stock ประกอบด้วย
                         สินทรัพย์  เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แสดงว่ามีการลงทุนใหม่ๆ สอดคล้องกับข่าวที่เราอ่าน
                         หนี้สินและทุน  เพิ่มในอัตราส่วนเดียวกันแสดงว่า รักษาสัดส่วนได้ดี
                         รายได้และกำไร  เติบโตสม่ำเสมอ แสดงว่าบริษัทอยู่ในช่วงเติบโต ถ้ากำไรผันผวนแสดงว่าไม่ดี
                         ROE ROA  ให้ดูที่ความสม่ำเสมอเป็นหลักถ้าอัตราส่วนทางการเงินสม่ำเสมอแสดงว่ามีการบริหารจัดการภายในที่ดี 

5.ทิศทางราคาหุ้นยืนยัน
               แนวโน้มราคาหุ้นในระดับเดือนหรือระดับสัปดาห์จะเป็นตัวบอกทิศทางของคนในตลาดว่ามองหุ้นตัวนั้นอย่างไร ในขณะที่ทิศทางราคาหุ้นรายวันจะสะท้อนพลังเม็ดเงินซะมากกว่า สอดคล้องกับพื้นฐานของกิจการที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆในวันเดียว เทรนขาขึ้นก็ขึ้นได้เป็นปีๆ ถ้าตลาดมองว่าบริษัทยังเป็นขาขึ้นทิศทางราคาหุ้นในภาพใหญ่จะยังเป็นขาขึ้น ถ้าตลาดเริ่มมองว่าแนวโน้มของกิจการเริ่มแย่ลง แนวโน้มราคามักจะเป็นขาลงด้วย แต่ถ้าตลาดมองว่าแนวโน้มผลประกอบการเริ่มกลับตัวทิศทางราคาจะเริ่มเปลี่ยนจากขาลงมาเริ่ม sideway

               บทความนี้จะเป็นการ ทำ checklist หุ้นที่มีโอกาสขึ้นมากกว่าลง ไม่ได้ยืนยันว่าจะขึ้น แต่ถ้าพื้นฐานดึง ราคาดัน แนวโน้มราคาหุ้นก็มีสิทธ์ที่จะขึ้นมากกว่าลงครับผม ถึงแม้ว่าจะไม่ขึ้นแต่ก็ถือได้อย่างสบายใจ กินอิ่มนอนหลับชิวๆครับ