วิเคราะห์หุ้นกลุ่มค้าปลีก

บทความ โดย อาจารย์ จิณณะ สินส่ง

 

 

 

          กลุ่มค้าปลีก คือกลุ่มที่ต้องอาศัยการบริโภคภายในประเทศเป็นสำคัญ ในการหนุนการเจริญเติบโตของ Sector นี้ ซึ่งจากผลจากการสำรวจพบว่า การบริโภคภายในประเทศของเรา เติบโตอย่างมีนัยยะเพิ่มขึ้นทุกปี

 

 

แม้การบริโภคภายในประเทศจะเติบโตทุกปี แต่จากผลสำรวจพบว่า ในช่วงภาวะวิกฤต คนจะชะลอการบริโภค เราจะพบกราฟการเติบโตของร้านค้าปลีกติดลบ โดยเฉพาะในปี 2540 วิกฤติต้มยำกุ้ง (1997) และวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ (2008) จะเห็นว่ายอดการเติบโตของค้าปลีกติดลบ และฟื้นกลับอย่างรุนแรงหลังภาวะวิกฤตคลี่คลาย

 

และเนื่องจาก Sector นี้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ทำให้ Sector นี้เป็นที่นิยม และมีการปรับ PE ของ Sector จากยุคสมัยหนึ่งช่วงก่อนวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ เทรด PE 10 เท่า ปัจจุบัน Sector นี้เทรดอยู่ที่ PE 30-40 เท่า

 

 

คำถาม คือ ถ้าวิกฤตรอบใหม่มา Sector นี้จะกลับไปเทรดที่ 10 เท่าเหมือนเดิมไหม?         

ร้านค้าปลีก ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ล้วนแล้วแต่เป็น Modern Trade ซึ่งเจ้าของบริษัทฯ จำเป็นต้องลงทุนที่ดินอาคาร และอุปกรณ์จำนวนมาก ดังนั้นอย่าแปลกใจที่ช่วงแรกของกิจการจะประสบภาวะขาดทุนจากต้นทุนคงที่ ได้แก่ ค่าจากส่วนกลาง ค่าพนักงาน ค่าลงทุนในศูนย์กระจายสินค้า ค่าเสื่อม รวมไปถึงค่าการตลาดในช่วงแรกๆ แต่เมื่อจำนวนสาขาผ่านจุดคุ้มทุนมาได้ สาขาถัดๆไป จะเริ่มรับรู้กำไร และนอกจากนี้การมีปริมาณสาขาจำนวนมาก ส่งผลให้ผู้ประกอบการ มีกำลังในการต่อรอง ต้นทุนหลายๆอย่างเริ่มถูกลง

 

 

 

 

 

 

Sector ค้าปลีกของบ้านเรา ยังแบ่งกลุ่มออกเป็น กลุ่มขายของกินของใช้, กลุ่มสินค้า IT, กลุ่มขายส่ง, กลุ่มตกแต่งบ้าน และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น

          และเนื่องจากกลุ่มค้าปลีก แบ่งแยกออกเป็นผู้บริโภคของจำเป็นต้องกินต้องใช้(Consumer Staples) และผู้บริโภคของที่เลือกได้ หรือของฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary) จากผลวิจัยพบว่า ช่วงจังหวะเกิดวิกฤติ กลุ่ม Consumer Staples ลดลงเพียง 1% ขณะที่กลุ่ม Consumer Discretionary ลดลงถึง 16% จากนั้นเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย กลุ่ม Consumer Staples เพิ่มขึ้น 22% ส่วนกลุ่ม Consumer Discretionary เพิ่มขึ้นถึง 36%

 

 

จากตารางด้านบนพบว่าเมื่อเศรษฐกิจฟื้นกลุ่ม Consumer Discretionary จะฟื้นได้แรงกว่า แต่ขณะเดียวตอนเกิดวิกฤติกลุ่ม Consumer Staples รับมือกับวิกฤตได้ดีกว่า และถึงขั้นดีที่สุดเมื่อเทียบกับทุก Sector

 

การวิเคราะห์ Sector ค้าปลีก นิยมวัดรายได้ จากการเอา ยอดขายเฉลี่ยต่อสาขา * จำนวนสาขาทั้งหมดที่มี และ Sector นี้ชอบเล่นข่าวบวกดังนี้ - การขยายสาขา -การเพิ่มสัดส่วนกำไรขั้นต้น – การขยายธุรกิจออกไปต่างประเทศ และการเพิ่มพื้นที่เช่า

 

ในมุมของเทคนิเคิล วันนี้ขอแนะนำเครื่องมือ Raff Regression ในการหากรอบ sideway up/down อย่างง่าย

 

วิธีใช้ ไปที่ Graph Tool

1: เลือก icon ตระกูล channel

2: เลือก Raff Regress จากนั้นเมาส์จะเปลี่ยนเป็นรูปปากกา คลิกเมาส์ซ้ายลากจากจุดเริ่มต้นไปหาจุดสิ้นสุด ระบบจะตี Raff Regression ให้อัตโนมัติ จากนั้นให้ double click ที่ Raff Regression เพื่อขยายแนวโน้มของ channel ออกไป

 

***สำหรับผู้สนใจเรียนคอร์ส Hybrid Trading Systems สอนโดยอ.จิม จิณณะ สินส่ง และอ.ภัทรธร ช่อวิชิต สามารถสมัครได้ที่ คลิก

 

 !!! สมัครทดลองใช้เครื่องมือ efin StockPickUp ฟรี !!!!
สมัครคลิกที่นี่ >> http://bit.ly/2HFS6Jx

 

หลักสูตรการสอนที่ efinSchool   

โดย อ.จิณณะ สินส่ง

          Workshop แกะรอยคลื่น Elliott wave 
          Hybrid Trading System
          Swing Trading
         หลักสูตรทั้งหมด