วางแผน Auto Trade หุ้นพื้นฐานดี ราคาวิ่งแซงกำไร
บทความโดย อ.วชิรเมษฐ์ ธเนศสถิตพงศ์

 
          ผมยกตัวอย่างหุ้น BTS ที่นักลงทุนหลายคนคงทราบดีว่าอนาคตมีแนวโน้มที่จะมีรายได้และกำไรเติบโต เพียงแต่ต้องรอส่วนขยายของรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ทยอยเสร็จจนมีคนใช้บริการมากขึ้นเรื่อยๆ
          ซึ่งในวันที่ผมทำบทความนี้ กำไรต่อหุ้น อยู่ที่ 0.20 ในขณะที่ หลายบริษัทหลักทรัพย์คาดการณ์ว่าจะกำไรเติบโตในปี 2561-2562 อยู่ที่เฉลี่ย 0.26 บาทต่อหุ้น ในกรณีนี้ Risk และ Reward จะเป็นสิ่งที่สวนทางกันเป็นส่วนใหญ่เช่น ถ้า Risk ในการคาดการณ์กำไรอนาคตต่ำ ราคาหุ้นในปัจจุบันมักจะสูงสังเกตได้จากระดับ PE ปัจจุบันอยู่ที่ 46 เท่าโดยประมาณ
          ดังนั้นการจะลงทุนในหุ้นประเภทนี้แล้วต้องการผลตอบแทนที่คุ้มค่า เรามักจะต้องวางแผนซื้อเค้าไว้ล่วงหน้า แล้วรอให้สภาวะตลาดหุ้นหรือ Set index เกิดเป็นแนวโน้มขาลง หรือ เกิดความกลัวขึ้นในตลาดจึงจะเกิดโอกาสให้เราลงทุนหุ้นประเภทนี้ได้ในราคาที่เหมาะสมครับ
          ซึ่งวิธีคิดเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นประเภทนี้คือ ถ้าไม่ได้ระดับราคา หรือ PE ที่เราต้องการจริงๆ เราจะไม่ตัดสินใจลงทุน ซึ่งรูปแบบการลงทุนแบบนี้ การใช้ Auto Trade ในโปรแกรม efin Trade plus จะสร้างโอกาสได้ดีทีเดียวครับ

เรามาดูข้อมูลทางเทคนิคจากโปรแกรม eFin stock pickup กันครับ
        

ข้อมูลชุดแรก
          ให้ดูว่าราคาหุ้น BTS ปรับตัวเพิ่มขึ้นล่วงหน้า กำไรในอนาคตที่หลายคนคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้น แต่ปัจจุบันยังไม่เกิดขึ้นนะครับ ซึ่ง NVDR ก็ซื้อสะสมต่อเนื่องตั้งกุมภาพันธ์ สะสมเป็นเงิน 900 กว่าล้านบาท ต้นทุนต่อหุ้นอยู่ที่ 8.80 บาท


          

ข้อมูลชุดที่สอง
          เราจะเห็นว่าพฤติกรรมราคาหุ้นที่มีความผันผวนในรอบ 90 วันจากวันที่ทำบทความจะมีราคาที่นักลงทุนแลกเปลี่ยนซื้อขายกันเป็นจำนวนมากที่สุดคือ 8.30 บาท โดยมีการซื้อกระจุกตัวลงไปถึงราคา 8 บาท และมีราคาสูงกระโดดอยู่แถว 9.25 บาทครับ          เรานำกำไรอนาคตมาทำ PE forward ดูครับ ถ้าเราจะซื้อหุ้นที่ราคา 8.30 คิดรวมกำไรอนาคตที่ 0.26 บาทต่อหุ้นจะเท่ากับเราซื้อที่ระดับ PE 31.9 เท่า  และ ถ้าเราตั้งใจเก็บไปขายที่ระดับราคา 9.25 บาท PE 35.5 เท่า 
          ซึ่ง PE เฉลี่ยสำหรับหุ้นที่ได้รับความนิยมสูงเป็นที่น่าเชื่อถือว่า Risk ต่ำเช่น กลุ่มค้าปลีก โรงพยาบาล ระดับ PE 30-40 เท่าก็เป็นระดับปกติของหุ้นกลุ่มนี้ครับ
          เพื่อไม่เป็นการประมาณเราจะกำหนดจุด Stop loss ไว้ที่ 7.90  บาท  Buy ไว้ที่ 8.30 และ Target ไว้ที่ 9.25 บาท เท่ากับเราได้ผลตอบแทนเทียบกับขาดทุนประมาณ 2:1 ก็ถือว่าพอรับได้ครับดังนั้นเราจะไปตั้งเงื่อนไข Auto Trade สำหรับหุ้นรูปแบบนี้กันเลยครับ

อย่าลืม!!
          เงินที่เราขาดทุนจากการซื้อหุ้นที่ราคา 8.30 แล้วเราขายตัดขาดทุนไปที่ 7.90 จะต้องเสียหายไม่เกิน 2% ของพอร์ตนะครับ ควบคุมความเสียไว้ด้วยนะครับ
          
          สังเกตนะครับว่าเราจะตั้งเงื่อนไข Buy และ Stop loss ไว้พร้อมกัน 2 เงื่อนไขก่อนกรณีที่ซื้อได้แล้วค่อยเพิ่มเงื่อนไขที่ 3 คือ เงื่อนไขการขายเมื่อราคาหุ้นขึ้นถึง Target ครับ

 

หลักสูตรการสอนที่ efinSchool
โดย อ.วชิรเมษฐ์ ธเนศสถิตพงศ์

สัดส่วนที่พอดี Money Management

ปั้นพอร์ต ทำกำไร ด้วยหุ้น Big Cap

กลยุทธ์พิชิตพอร์ตหุ้น Turnaround