ผ่างบการเงินหุ้นซิ่ง
บทความโดย อ.ภัทรธร ช่อวิชิต

 


ผ่างบการเงินหุ้นซิ่ง  
                    ทุกคนเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเพราะคาดหวังผลตอบแทน แต่การจะลงทุนให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีนั้น จะต้องมีการเลือกหุ้นที่ถูกตัว ถูกราคา เวลาเหมาะสม และลงทุนในสัดส่วนที่พอดี การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานจะช่วยให้นักลงทุนสามารถช่วยนักลงทุนเลือกหุ้นถูกตัว ถูกราคาได้ง่ายขึ้น ในบทความนี้จะเป็นการนำข้อมูลของหุ้นที่ราคาหุ้นวิ่งแรงๆในปีที่ 2559 ที่ผ่านมามาวิเคราะห์ว่า จะมีปัจจัยทางพื้นฐานะอะไรเป็นลักษณะเด่นบ้าง เพื่อให้นักลงทุนสามารถวางกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมได้ต่อไป

1.ผลตอบแทนแยกตามระดับผลตอบแทน
                    ในปี 2559 ที่ผ่านมาผลตอบแทนเฉลี่ยของหุ้นทุกตัวประมาณ 21.31% เมื่อนำผลตอบแทนจากหุ้นทั้งหมด 626ตัวมาเรียงผลตอบแทนจากมากไปน้อยและจัดเป็น 10 กลุ่ม มีผลตอบแทนแยกตามกลุ่มดังนี้

ตารางแสดงผลตอบแทนแยกรายกลุ่ม ที่มา morningstarthailand

                    จะเห็นว่ากลุ่มที่ 1 ที่ผลตอบแทนสูงสุด 10% แรกของทั้งตลาดให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 128.04% ในขณะที่ กลุ่ม 10 ที่ให้ผลตอบแทนแย่สุด 10% มีผลตอบแทนเฉลี่ยต่ำเพียง -32.96% ดังนั้นถ้าเราลงทุนหวังผลตอบแทนประมาณ 10% ต้องพยายามทำตัวให้อยู่ในอันดับตั้งแต่ 5 ขึ้นไป อย่างน้อยก็ไม่น่าขาดทุน 

2.ตลาดหุ้นเขาเล่นอะไรกัน
                    เมื่อพล็อตกราฟการเติบโตของกำไรสุทธิแยกรายกลุ่ม 1-10 จะเห็นว่า ตลาดหุ้นเล่นกับการเติบโตของกำไรเป็นหลัก หุ้นที่กำไรเติบโตมากๆ ผลตอบแทนราคาหุ้นก็จะสูงตามไปด้วย ดังนั้นการคัดหุ้นเลือกหุ้นที่กำไรเติบโตมีโอกาสชนะตลาดสูงกว่าเลือกหุ้นที่กำไรไม่โต

ภาพแสดงการเปลี่ยนแปลงของกำไรและผลตอบแทนของราคาหุ้น

                    เมื่อนำการเติบโตของกำไรมาแยกรายอุตสาหกรรม จะเห็นว่าหุ้นตั้งแต่กลุ่ม 1- 5 ค่าเฉลี่ยการเติบโตของกำไรเติบโตมากกว่า 10% ขึ้นไป และแต่ละอุตสาหกรรมก็มีการเติบโตของกำไรที่ใกล้เคียงกันแสดงว่า ขอให้กำไรโตไว้ก่อนเป็นใช้ได้ อุตสาหกรรมไม่ค่อยมีผลมาก


3.เจาะลึกคุณภาพบริษัท
                    เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบ ROA จะเห็นว่าหุ้นที่ผลตอบแทนสูงๆจะมี ROA สูงกว่ากลุ่มที่ผลตอบแทนต่ำ และจะเห็นว่า ROA ของ 6 กลุ่มแรกค่าเฉลี่ยประมาณ 6% ขึ้นไป มีกลุ่ม 1 กระโดดหน่อยที่ ROA มากกว่า 10% แสดงว่าการตั้งค่าในการสแกนหุ้น ตั้ง ROA ที่มากกว่า 5 ขึ้นไป มีโอกาสชนะตลาดสูง
                   เมื่อดูการเปลี่ยนแปลงของ ROA จะเห็นว่า ส่วนใหญ่ ROA จะสูงขึ้น เมื่อแยกองค์ประกอบของ ROA จะได้ ROA = อัตรากำไร x อัตราหมุนเวียนสินทรัพย์ (Asset turnover :AT) อัตรากำไรจะใช้อัตรากำไรขั้นต้นเป็นตัวจับแทนกำไรสุทธิเพื่อดูว่าเนื้อธุรกิจ (ยอดขาย ต้นทุนขาย) ใครดีขึ้นมาบ้าง โดยที่ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
                   เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนของของอัตรากำไรขั้นต้น จะเห็นว่าหุ้นที่ผลตอบแทนสูงๆ อัตรากำไรขั้นต้นมักเป็นขาขึ้น สามารถตีความได้ว่าอาจมาจาก ยอดขายเพิ่ม หรือต้นทุนลดลง นอกจากนั้น อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขั้นที่สูงกว่าธุรกิจอื่น
                   ส่วนอัตราหมุนเวียนสินทรัพย์เป็นค่าแสดงว่าสินทรัพย์ 1 บาทสามารถนำไปสร้างรายได้ได้เท่าไร ค่าที่ดีควรสม่ำเสมอ จากค่าเฉลี่ยจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะลดลง กะด้วยสายตาถ้าลดลงไม่เกิน 5% ถือว่าพอไหว

เมื่อแยก ROA ตามกลุ่มอุตสาหกรรมจะได้ค่าตามตาราง

4.การประเมินมูลค่าหุ้น
                    อยากพลิกชีวิตก็ต้องเล่นหุ้น Growth แต่สิ่งที่ต้องแลกคือ ต้องซื้อหุ้นราคาแพงๆ จะเห็นกว่าหุ้นกลุ่มแรก ค่ากลาง pe นำโด่งเพื่อน 20 ขึ้นไป ปันผลอยู่ที่ 1 % ในขณะที่หุ้นผลตอบแทนรองลงมา มีการเติบโตช้าลง ตลาดก็เรียกร้องผลตอบแทนเงินปันผลที่มากขึ้น

5.การประยุกต์ใช้ในการลงทุน   
                   เมื่อพิจารณาจากข้อมูลจะเห็นว่าหุ้นที่กำไรเพิ่มขึ้น ROA เป็นบวก และค่าสูงๆ แสดงพื้นฐานที่ค่อนข้างดี ถือไว้มีโอกาสชนะตลาด สำหรับการประเมินมูลค่าต้องเลือกเอาว่าต้องการหุ้นเติบโตหรือจะรับปันผล ถ้าต้องการหุ้นเติบโตก็ต้องยอมรับเงินปันผลที่ต่ำลง และถ้าต้องการหุ้นเติบโตก็ต้องกลาเสี่ยงซื้อที่ PE แพงๆ ขึ้นเพื่อหวังผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาที่มาจากการเติบโตของกำไรในงวดต่อๆไป 


                   จะเห็นว่าการดูงบการเงินเพียงคร่าวก็ช่วยให้นักลงทุนสามารถเพิ่มผลตอบแทนได้ไม่ยากครับ สำหรับนักลงทุนที่อยากศึกษาให้รู้ลึกรู้จริงในงบการเงินกับผม อาจารย์ ภัทรธร ช่อวิชิต ในคอร์ส แกะงบเจาะหุ้นร้อนด้วยฟังก์ชั่นอัจฉริยะ รูปแบบใหม่ตอนรับปี 2017 ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และคอร์ส การประเมินมูลค่าหุ้น DCF,SOTP สำหรับท่านที่มีความรู้ในเรื่องงบการเงินแล้วอยากพัฒนาตัวเองให้สามารถวิเคราะห์ราคาได้เฉียบขาด ฟัดราคาได้แม่นยำ จัดไปเลยครับ
คลิกรับชมตัวอย่างได้ฟรีที่นี่เท่านั้น แกะงบเจาะหุ้นร้อนด้วยฟังก์ชั่นอัจฉริยะ และ การประเมินมูลค่าหุ้น DCF,SOTP