เอาตัวรอดในตลาดด้วย F-score และ G-score
บทความโดย อาจารย์ ภัทรธร ช่อวิชิต

 
         ตลาดขาลง การเลือกหุ้นที่พื้นฐานดีถือเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดี สำหรับโปรแกรม efin ได้นำเครื่องมือ Fscore และ Gscore เป็นการให้คะแนนทางด้านปัจจัยพื้นฐานจากงานวิจัยชื่อดัง ในบทความนี้มาดูกันครับว่า Fscore และ Gscore จะเป็นเครื่องมือหาผู้ชนะในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ที่ตลาดมีผลตอบแทนติดลบ 6.8% ได้หรือไม่ ถ้าชนะได้จะตั้งค่าเท่าไรดี สำหรับคนที่อยากรู้ว่า F-Score G-Score คืออะไร และประกอบไปด้วยตัวแปรอะไรบ้างสามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่ สำหรับบทความคลิก 

   
 
 โดยทาง efin ได้ใส่เครื่องมือตัวนี้ไว้ในหลายที่ให้นักลงทุนได้รับความสะดวกในการใช้งาน ในส่วนแรกจะเป็นเครื่องมือ fscore และ gscore analysis


เมื่อกดเข้ามาจะได้หน้าจอดังภาพ เมื่อใส่ชื่อหุ้นโปรแกรมก็จะบอกให้ทราบว่าได้กี่คะแนน และสอบผ่านสอบตกที่ตัวแปรไหนบ้าง พร้อมคำอธิบายว่าแต่ละตัวแปรคืออะไร

อีกส่วนที่ผมใช้บ่อยคือการใส่เครื่องมือในตัวสแกน ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะสแกนหุ้นที่มีคะแนน F G เท่าไร

แต่ปัญหาของนักลงทุนคือไม่รู้ว่าเราควรเลือกที่ F G Score เท่าไรดี นักลงทุนสามารถกรองหุ้นจากเครื่องมือสแกนและนำผลที่ได้ export มาเป็น excel แล้วนำข้อมูลมาทำการวิจัยต่อได้ครับ สำหรับบทความนี้ ผมดึงข้อมูลจากเครื่องมือ scan โดยทำการสแกนหุ้นที่มีค่า Fscore มากกว่าหรือเท่า 0 และ gscore มากกว่าหรือเท่ากับ 0 และผลตอบแทนของหุ้นนำข้อมูลจาก www.morningstarthailand ครับ

คำเตือน Part ต่อไปสำหรับคนไม่ชอบตัวเลข เลื่อนลงมาอ่านข้อสรุปที่วรรคสุดท้ายได้เลยครับ
สรุปว่าหุ้นที่ Fscore Gscore สูงๆสามารถให้ผลตอบแทนที่เอาตัวรอดได้ในตลาดขาลง คือติดลบน้อยกว่าตลาดนิดหน่อย โดยคะแนนที่แนะนำตามงานวิจัยที่ Fscore>=8 และ Gscore>=6 ยังให้ผลตอบแทนที่ชนะตลาดได้นิดหน่อยในช่วง3 เดือนที่ผ่านมา

1.ผลประกอบการของ fscore
การสแกนจะได้หุ้นทั้งหมดในตลาด โดยไม่รวมกลุ่มการเงิน ทั้งหมด 579 ตัว สามารถแยกหุ้นได้ตามคะแนน Fscore ได้ดังภาพ

          เห็นว่าหุ้นที่มีคะแนนสูงๆจะมีจำนวนไม่มาก ประมาณ 10-20% ของกลุ่มตัวอย่าง น่าจะเป็นหุ้นหัวกระทิตามแนวทางของผู้คิด score ทั้งสอง จากจำนวนหุ้นทั้งหมด 579 ตัว พบว่าผลตอบแทนของกลุ่มตัวอย่างอยู่ที่ -7.38% เอาว่าใครได้ผลตอบแทนมากกว่า 7.38 ถือว่าชนะกลุ่มตัวอย่าง และใครผลตอบแทนมากกว่า 6.8% ถือว่าชนะตลาด

 
          ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดเป็นลบ 6.8%  หุ้นที่มีผลตอบแทนชนะตลาดคือ หุ้นที่มี fscore 1, 4, 7, 8, 9 จะเห็นว่าหุ้นที่คะแนนสูงมีโอกาสชนะตลาดได้มากกว่า และหุ้นที่คะแนนเต็ม 9 ผลตอบแทนดีที่สุด


           เมื่อพิจารณา winloss ratio จะเห็นว่าส่วนใหญ่หุ้นจะเป็นขาลง แต่ที่น่าสนใจคือยิ่งคะแนน fscore เพิ่มขึ้นยิ่งมี %win สูงขึ้น ค่าเฉลี่ย %win ของกลุ่มตัวอย่างอยู่ที่ 0.25 แสดงว่ามีหุ้นเพียง 25% เท่านั้นที่ผลตอบแทนแทนเป็นบวก คะแนน fscore ที่ 1,2, 7, 8, 9 มี %win ที่ชนะค่าเฉลี่ย

           ที่น่าสนใจคือ average win ที่ fscore สูงๆ ไม่มากนักสู้ average win ของหุ้นที่คะแนน fscore ต่ำๆไม่ได้ แต่คะแนนที่สูงขึ้น ก็ทำให้ average loss น้อยกว่าหุ้นที่ fsccore ต่ำๆ

 2.ผลประกอบการ Gscore
การสแกนจะได้หุ้นทั้งหมดในตลาด โดยไม่รวมกลุ่มการเงิน ทั้งหมด 579 ตัว สามารถแยกหุ้นได้ตามคะแนน Gscore ได้ดังภาพ


เมื่อพิจารณาผลตอบแทนเฉลี่ยจะเห็นว่าติดลบน้อยลงเรื่อยๆ แต่คะแนน 0, 1 อาจละไว้ก่อนเพราะจำนวนตัวอย่างน้อย หุ้นที่ชนะตลาดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาคือ gscore 4,7 มีผลตอบแทนมากกว่าตลาดที่ 6.8 และที่น่าสนใจคือหุ้นที่ได้คะแนน 1 แต้วผลตอบแทนค่อนข้างดี

เมื่อพิจารณา win loss ratio พบว่าหุ้นที่มี gscore1 มี %win ค่อนข้างดี และหุ้นที่ gscore สูงขึ้น %win ก็จะเพิ่มขึ้น

สำหรับ average win loss ของ gscore ของแต่ละคะแนนดูไม่แตกต่างกันมากนัก

สามารถสรุปข้อมูลดังตาราง

สรุปว่าหุ้นที่ Fscore Gscore สูงๆสามารถให้ผลตอบแทนที่เอาตัวรอดได้ในตลาดขาลง คือติดลบน้อยกว่าตลาดนิดหน่อย โดยคะแนนที่แนะนำตามงานวิจัยที่ Fscore>=8 และ Gscore>=6 ยังให้ผลตอบแทนที่ชนะตลาดได้นิดหน่อยในช่วง3 เดือนที่ผ่านมา

หลักสูตรการสอนที่ efinSchool
โดย อ. ภัทรธร ช่อวิชิต
แกะงบเจาะหุ้นร้อนด้วยฟังก์ชั่นอัจฉริยะ
ประเมินมูลค่าหุ้น มองเป้าเป็นเห็นกำไร
Hybrid Trading System
หลักสูตรทั้งหมด