Growth Stock หมดยุคแล้วหรือ?
บทความโดย ภัทรธร ช่อวิชิต

 

 

        หุ้น Growth หรือที่เรียกกันติดปากว่าหุ้นเติบโตเป็นหุ้นที่สร้างผลตอบแทนทีดีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่เมื่อตลาดเริ่มผันผวนหุ้นกลุ่มนี้จะยังสร้างผลตอบแทนที่ดีอยู่หรือไม่และเราจะอยู่กับตลาดอย่างไรมาดูกันครับ

1.ผลตอบแทนเฉลี่ยของกลยุทธ์หุ้นเติบโต
           ในบทความนี้ได้ทดลองการลงทุนโดยใช้กลยุทธ์หุ้นเติบโตแบบไร้ใจ ในหุ้นกลุ่ม SET และ MAI ตั้งแต่ปี 2011 ถึงเดือนกันยายน 2018 โดยเลือกหุ้นที่กำไรโตสูงสุดทั้งตลาดจำนวน 30 ตัว และถือหุ้นไว้ 3 เดือนขายแล้วสแกนเลือกหุ้นใหม่วนไป


ผลออกการลงทุนออกมาถ้าลงทุนตั้งแต่ปี 2011 ผลตอบแทนเฉลี่ย 17.15%
ชนะ SET แบบไม่ต้องสงสัย แต่ปัญหาอยู่ที่ในช่วงปีหลังๆผลตอบแทนเริ่มลดลง


เมื่อพิจารณาจากผลตอบแทน 3 ปี จะเห็นว่าในช่วงปีหลังๆ ถ้าลงทุนตามกลยุทธ์นี้แล้วทิ้งไว้ 3 ปี
ผลตอบแทนเริ่มลดลงเรื่อยๆ และยิ่งปี 2018 ผลตอบแทนเริ่มลดลงจนถึงขั้นขาดทุน

          เมื่อหาความสัมพันธ์ของกลยุทธ์ลงทุนเทียบกับ SET ในช่วงปี 2017 ที่กราฟหักหัวลง พบว่ามีความสัมพันธ์กัน เป็น สมการ Return = -1.752 + 1.1348SET แปลเป็นภาษามนุษย์คือ ถ้า set ไม่เปลี่ยนแปลง พอร์ทจะติดลบ 1.1752% และถ้า SET ในเดือนนั้นเปลี่ยนแปลง 1% พอร์ทจะเพิ่มขึ้น 1.13%

          สรุปว่าหุ้นเติบโตช่วงแรกๆผลตอบแทนดีแต่ช่วงหลังๆผลตอบแทนไม่ดี ทำให้ค่าคงที่ เรียกแบบเท่ๆว่าค่า Alpha ของกลยุทธ์ มีค่าติดลบ -1.752 แปลว่าตั้งแต่ปี 2017 ไม่ว่า set จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เราจะเจ้งเรื่อยๆ เดือนละ 1.75%

2.ทำไมหุ้นเติบโตช่วงหลังๆถึงไม่ชนะตลาด
เมื่อเข้าไปดูไส้ในของกลยุทธ์ว่าซื้อขายอะไรบ้างพบว่าสาเหตุที่ไม่ชนะตลาดมากจาก

          1.ตลาดวิ่งเป็นม้ามาตั้งแต่ช่วงหลังการเกิดวิกฤติทางการเงินของสหรัฐอเมริกาในปี 2008 มีการดำเนินนโยบาย QE
             ทำให้เงินไหลเข้ามาในตลาดทุนแบบบ้าคลั่ง เลือกหุ้นแบบปาเป้าก็ได้เงิน

          2.หุ้นส่วนใหญ่ถูกดันขึ้นไปจน PE สูงๆ 30 เท่ายังบอกว่าถูก เพราะอนาคตยังดี

          3.ประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มทำการลด QE และดอกเบี้ยเริ่มปรับตัวขึ้นในเดือนธันวาคม 2015

          4.ผลตอบแทนกลยุทธ์หุ้นเติบโตในกลุ่มหุ้น MAI เริ่มลดลงตั้งแต่ปี 2016 หลังจากวิ่งมานานจน PE เฉลี่ยสูงจนกำไรโตไม่ทัน

          5.ผลตอบแทนกลยุทธ์หุ้นเติบโตในกลุ่มหุ้น SET ที่ไม่อยู่ใน SET100 เริ่มลดลงตั้งแต่ปี 2017 เงินไหลไปอยู่ในหุ้นใหญ่
            ใครเล่นหุ้นนอก set100 ตายสนิท ขนาดผมที่นิยมเล่นหุ้นตัวเล็กก็ต้องปรับตัวมาเล่นหุ้นใหญ่มากขึ้น

          6.ผลตอบแทนกลยุทธ์หุ้นเติบโตในกลุ่มหุ้น SET100 เริ่มลดลงตั้งแต่ปี 2018 เละตั้งแต่ต้นปีถึงวันเขียนบทความ ตัวอย่างหุ้นใหญ่
             ที่มีดราม่าโดนเทตั้งแต่ต้นปีตัวเช่น KTC BEAUTY DDD EA MONO แค่กำไรโตช้าลงราคาปรับตัวลดลงอย่างกับบริษัทจะเจ้ง
             มาพร้อมข่าวร้ายๆให้กังวลสลับกันทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า การปรับตัวขึ้นดอกเบี้ย เงินไหลออกจากประเทศกำลังพัฒนา
             จนค่าเงินอ่อนค่าไปตามๆกัน

3.การประยุกต์ใช้งาน
          แม้ผลตอบแทนจะเริ่มลดลงแต่ก็ยังเป็นเกณฑ์การเลือกหุ้นที่ดี เพราะถ้าถือหุ้นที่กำไรไม่โต ผลตอบแทนจะเละกว่านี้อีก เราสามารถประยุกต์ใช้ในการลงทุนได้เช่น
สาย VI เลือกหุ้นที่ PBV ต่ำๆ แต่กำไรโต


ภาพแรกเป็นการเลือกหุ้นที่ PBV ต่ำๆ 30 อันดับแรกและถือไว้ 3 เดือนได้ผลตอบแทนที่ 9% ต่อปี


แต่ถ้าเลือกหุ้นที่กำไรเติบโตคู่กับ PBV ต่ำๆ ผลตอบแทนขึ้นเป็น 18%



เห็นว่าสำหรับสายเทคนิค เมื่อเลือกหุ้นที่เป็นขาขึ้นและกำไรโตด้วย ตลาดยิ่งชอบ หุ้นมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าลดลง


          เห็นว่าแม้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2018 จะไม่ค่อยดีนักไม่ว่าจะใช้กลยุทธ์อะไรก็ตาม แต่การเลือกหุ้นเติบโตก็ดีกว่าการลงทุนในหุ้นที่กำไรลดลง และสามารถประยุกต์ได้กับทุกกลยุทธ์ไม่ว่าสาย VI หุ้นถูก หรือสายเทคนิคหุ้นขาขึ้น รอตลาดพักฐานจบกลับมาเป็นขาขึ้นเท่านั้นเดี๋ยวหุ้นเติบโตจะกลับมา

 

หลักสูตรการสอนที่ efinSchool
โดย อ. ภัทรธร ช่อวิชิต
         แกะงบเจาะหุ้นร้อนด้วยฟังก์ชั่นอัจฉริยะ
         ประเมินมูลค่าหุ้น มองเป้าเป็นเห็นกำไร
         Hybrid Trading System
        หลักสูตรทั้งหมด