เมื่อสินทรัพย์ทำราคาสูงสุด?
บทความโดย อ.วชิรเมษฐ์ ธเนศสถิตพงศ์

 

                                

ในวันที่ผมเขียนบทความนี้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยได้ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 23 ปี ซึ่งหลายๆคนจะแปลกใจกับ สถานการณ์แบบนี้ เพราะ รู้สึกว่า เศรษฐกิจยังไม่ดี เนื่องจากการบริโภคภายในประเทศยังไม่ดีเท่าที่ควร แล้วสถานการณ์แบบนี้เราควรทำอย่างไร

          เราควรจะลงทุนตามสถานการณ์ตอนนี้ไหม หรือ เราควรจะรอไปก่อน เพราะ สถานการณ์ตอนนี้ราคามันเกิดมูลค่าที่แท้จริงไปแล้วค่อนข้างมาก ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่หุ้นนะครับ  ในวงการลงทุน สินทรัพย์หลายอย่างก็มีลักษณะแบบนี้ เช่น บิทคอยน์ หรือ สกุลเงินดิจิตอล ที่มีการซื้อขายที่ราคาค่อนข้างสูง และ ปรับตัวทำจุดสูงสุดใหม่อยู่เรื่อยๆ

          โดยธรรมขาติเราจะแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 2 ด้านก่อนนะครับ

ด้านที่ 1 ในเชิงจิตวิทยา การที่ราคาสินทรัพย์ใดก็แล้วแต่ที่ทำจุดสูงสุดใหม่นั้น จะทำให้คนที่ลงทุนอยู่รู้สึกโลภมากกว่ากลัว เพราะ คนที่ลงทุนมาก่อนช่วงก่อนหน้า จะได้กำไร  ยิ่งราคาสินทรัพย์นั้นทำจุดสูงสุดใหม่ได้ต่อเนื่องยาวนานเท่าไหร่ ระดับความต้องการ หรือ ความโลภจะมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจุดนี้เอง มันกลับส่งผลให้เงินจะไหลเข้าสินทรัพย์นั้นๆ มากขึ้นอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง   ใครที่เป็นนักเก็งกำไร ก็จะฉกฉวยโอกาสแบบนี้ในการ เก็งกำไร ระยะสั้นในช่วงที่บรรยากาศการลงทุนเปลี่ยนแปลงไปแบบนี้

ด้านที่ 2 ด้านคุณภาพของสินทรัพย์ในอนาคต เช่น ถ้าเป็นหุ้นก็คงต้องมาวิเคราะห์ว่า หุ้นตัวนั้นๆในอนาคตจะเติบโตได้อย่างที่นักลงทุนคาดหวังไหม หรือ มีข้อมูลอะไรที่เราไม่ทราบไหม เกี่ยวกับอนาคต ซึ่งเราจะวัดผลจากแค่ข้อมูลในปัจจุบันไม่ได้ครับ เพราะ การลงทุนในตลาดทุนส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อขายอนาคตครับ  สถานการณ์ปัจจุบันที่สินทรัพย์ใดก็แล้วแต่ที่ราคามันทำจุดสูงสุดใหม่ นั้นหมายความว่า นักลงทุนที่ซื้อเค้าคาดหวังว่าอนาคตจะดีมากกว่าปัจจุบัน เพียงแต่ทุกๆการคาดการณ์มีความเสี่ยงอยู่ หรือ มีโอกาสผิดพลาดอยู่ อาจจะถูกหรือผิดก็ได้ เพียงแต่เค้าคิดว่าถ้าคาดการณ์ถูกเค้าจะได้รับผลตอบแทนคุ้มกับความเสี่ยงนั้นๆ

          ผมจะแนะนำให้นักลงทุนทำการตรวจสอบทั้ง 2 ด้านพร้อมๆกันครับ ถ้าเป็นตลาดหุ้นเราก็มาติดตามกันครับว่า สถานการณ์แบบนี้จะทำให้ ปริมาณการซื้อขายต่อวันในตลาดหุ้นไทยจะทยอยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ เพื่อที่จะยืนยันในเชิงจิตวิทยาว่า กลไกที่ผมบอกนั้นเริ่มทำงานแล้ว เราก็ควรจะกลับเข้ามาเก็งกำไรกันครับ

          แต่จะให้ดีเราก็ควรที่จะตรวจสอบหาข้อมูลเชิงพื้นฐานด้วยครับว่า เหตุใดทำให้นักลงทุนมั่นใจอนาคตมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่มีเงินทุนขนาดใหญ่ เช่น นักลงทุนต่างชาติ ที่เค้ามาลงทุนยิ่งเค้าทยอยลงทุนในสัดส่วนที่มากเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ เราก็ยิ่งต้องตรวจสอบ

          เพราะ สถานการณ์ที่สินทรัพย์ใดก็แล้วแต่ที่ทำจุดสูงสุดใหม่นั้น มีโอกาสที่จะเป็นจุดเปลี่ยนแนวโน้มจากสถานการณ์ในอดีตได้เช่นกัน การที่ตลาดหุ้นไทยราคาไม่ไปไหนมา 3 ปีกว่า แล้วก็เปลี่ยนมาทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 23 ปี มองในเชิงเทคนิค เราก็บอกว่ามันเป็นจุดเปลี่ยนแนวโน้มแล้วครับ เพียงแต่คุณภาพของการเปลี่ยนแนวโน้มครั้งนี้ดีหรือแย่แค่ไหน เราคงต้องข้อมูลที่มากขึ้นมาตัดสินใจ

          สำหรับใครที่เป็นนักเก็งกำไร สิ่งที่ควรทำ ก็คือ เข้ามาเก็งกำไร โดยเลือกวางจุด stop loss ที่แคบ เพราะ สถานการณ์แบบนี้เราเรียกว่า อยู่ในช่วงเวลาเหมาะสม สินทรัพย์นั้นๆ มักจะมีโอกาสขึ้นมากกว่าลงในระยะสั้น 

          สำหรับนักลงทุน สิ่งที่ควรทำ ก็คือ ประเมินมูลค่าเหมาะสมใหม่ เพื่อวิเคราะห์ว่า สินทรัพย์นั้นในปัจจุบันยังมี Upside เหลืออีกมากน้อยแค่ไหน หรือ ราคาสินทรัพย์นั้นยังขึ้นไปได้อีกแค่ไหน คุ้มกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ หากมีข้อมูลที่ทำให้เราเชื่อถือได้ว่า อนาคตจะมีมูลค่ามากกว่าปัจจุบันจริง การตัดสินใจลงทุนในสถานการณ์แบบนี้ก็เป็นสิ่งที่ควรทำครับ