การใช้งาน Indicator Standard Deviation บทความโดย อ. ลริตา เติมประชุม

 การใช้งาน Insdicator Standard Deviation

 

 


                               Standard Deviation คือวิธีการวัดการกระจายทางสถิติ โดยที่ Standard Deviation ใช้ประเมินความผันผวนของตลาด

ซึ่งกำหนดขนาดความผันผวนของราคาเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ปกติจะถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบในดัชนี มากกว่าที่จะนำมาใช้เป็นตัวดัชนีโดยตรง


                               นักวิเคราะห์หลายคนรู้สึกว่าที่จุดสูงสุดที่มีการแกว่งตัวสูงมากจะทำให้นักลงทุนจำนวนมากกลัวและไม่กล้าจะลงทุน

ส่วนที่จุดต่ำสุดจะถูกคาดหวังว่าเป็นจุดที่นักลงทุนมีความคาดหวังในกำไรไม่มาก โดยธรรมชาติเราสงสัยว่า เอ๊...! ราคาหุ้นมันน่าจะเหวี่ยงตัวยังไง เหวี่ยงตัวออกจากค่ากลาง เราลองนึกถึงเส้นค่าเฉลี่ยเนื่องจาก

ราคาหุ้น มันมีการเหวี่ยงตัว เค้าก็เลยดูเส้นค่าเฉลี่ย เพื่อเป็นตัวแทนการเหวี่ยงตัว ในขณะเดียวกันส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  มันคือส่วนที่มันเบี่ยงเบนออกจากค่ากลาง Indicator นี้มักใช้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ indicator ตัวอื่น 

                            ยกตัวอย่างเช่น การคำนวณ Bollinger Bands, ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) จะถูกเพิ่มเข้าไปในค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ก็เกิดจากการนำส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มา * 2 เท่า

แล้ว + กับเข้าไปกับเส้นค่าเฉลี่ย ก็เกิดเป็นเส้น Top กับ bottom นั่นเป็นเหตุผลว่า indicator นี้ง่ายต่อการนำไปใช้ ทีนี้ นักลงทุนก็เอาไปประยุกต์ใช้กับหลายๆอย่าง

               ยกตัวอย่างเช่น  PE นักลงทุนก็จะเอาไปดูว่าเอ้...! หุ้นตัวนี้มันน่าจะซื้อขายกันที่ PE เท่าไหร่ ซึ่ง PE เท่าไหร่เนี้ยจะคิดจากส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ก็ไปหาว่าหุ้นตัวนี้ แกว่งตัวไปมาที่ PE เท่าไหร่

แล้วมันน่าจะซื้อขาย กี่เท่า ของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานหรือออกจากค่ากลางไปกี่เท่า  แต่ถ้าเราใช้ในสูตรก็จะมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานตามรอบระยะเวลา เช่น เราเซทค่า 14 แท่ง ก็เอาไว้ดูว่า ใน 14 แท่ง 

มีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่าไหร่ คราวนี้คนก็เอาไปทายว่าช่วงที่ตลาดมันขึ้น เวอร์ๆ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานก็จะขึ้นเยอะ 3 เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน หรือ 4 เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ส่วนมากจะไม่ใช้เพียวแต่อาจจะมีก็ได้แต่ไม่ค่อยเห็น

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดย คลิกที่นี่