สูตรลับ Indicator ตอนที่ 4 “Indicator เป็นมากกว่าสัญญาณซื้อ-ขาย” บทความโดย อ.สันทัด วัฒนายน 


สูตรลับ Indicator (ตอนที่ 4) “Indicator เป็นมากกว่าสัญญาณซื้อ-ขาย”

จากบทความ “สูตรลับ Indicator (ตอนที่ 1)ผมได้แบ่ง Indicator ออกเป็น 3 ประเภทง่ายๆ ดังนี้

  • Indicator ที่ใช้วิเคราะห์ Index & Sector: ใช้เตือนภาพรวมตลาดว่าตอนที่เราจะเข้าเก็งกำไรนั้น
                                                           เรามีโอกาสถูกมากกว่าผิด หรือ ผิดมากกว่าถูก
  • Indicator ที่ใช้เป็นเกณฑ์การเลือกตัวหุ้นเข้าเก็งกำไร ใช้เตือนว่าเราเลือกตัวหุ้นได้ถูกต้องไหม
  • Indicator ที่ใช้จับจังหวะในการซื้อ/ขาย ใช้เตือนว่าเราควรซื้อ ถือ ขายหรือรอโอกาสเก็งกำไร

บทความ “สูตรลับ Indicator (ตอนที่ 2)”พูดถึง Indicator กลุ่มที่1 ที่ใช้วิเคราะห์ Index & Sector
        Indicator ที่ใช้วิเคราะห์ Index & Sector เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนโดยอาศัยภาพรวมตลาด
        คือ ADLINEB หรือ Advance Decline Line Breadth
บทความ “สูตรลับ Indicator (ตอนที่ 3)” ผมได้พูดถึง Indicator กลุ่มที่ 2 ที่ใช้เป็นเกณฑ์การเลือก
ตัวหุ้นเข้าเก็งกำไร โดยใช้  “ปริมาณการซื้อขาย”  
แบ่งออกเป็น 3 เกณฑ์ดังนี้

  • Indicator ที่ใช้ดู “มูลค่า และปริมาณการซื้อ/ขาย” ได้แก่ Value / Volume
  • Indicator ที่ใช้ดู “การสะสมหุ้น” ได้แก่ On Balance Volume / NVDR
  • Indicator ที่ใช้ดู “ความผิดปกติในการซื้อ/ขาย” ได้แก่ Volume Rate of Change

 

          บทความวันนี้เรามาเรียนรู้ Indicator กลุ่มที่ 3 ที่ใช้จับจังหวะในการซื้อ/ขาย กันนะครับ
นักเก็งกำไรด้วยกราฟแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ สายตามแนวโน้ม และสายคาดการณ์จุดกลับตัว
การใช้งาน Indicator จึงออกเป็น 2 รูปแบบเช่นกันดังนี้

  • Indicator ใช้จับจังหวะในการซื้อ/ขาย "สายตามแนวโน้ม”
    จะเน้นเก็งกำไรเป็นรอบ
              MAV (Moving Average) 
              ADX (Average Directional Index)
              MACD (Moving Average Convergence Divergence)
  • Indicator ใช้จับจังหวะในการซื้อ/ขาย "สายคาดการณ์จุดกลับตัว”
    จะเน้นเก็งกำไร ตามกรอบแนวรับ แนวต้าน
              RSI (Relative Strength Index)
              STO (Stochastic Oscillator)

Indicator ใช้จับจังหวะในการซื้อ / ขาย "สายตามแนวโน้ม"
        เส้น Moving Average เป็นเครื่องมือบอก “ทิศทางของแนวโน้ม”
หลักการใช้งาน / แปลความหมาย

  • พิมพ์ .EMAV หรือ . SMAV ที่ช่องใส่ Symbol เพื่อเลือกใช้งาน Moving Average
  • สัญญาณ ซื้อ   MAV (ระยะสั้น) > MAV (ระยะยาว)
  • สัญญาณ ขาย  MAV (ระยะสั้น) < MAV (ระยะยาว)
  • ราคาสูงกว่า MAV ระยะสั้น มากๆ จะเข้าข่าย Overbought
  • ราคาต่ำกว่า MAV ระยะสั้น มากๆ จะเข้าข่าย Oversold

       ADX: Average Directional Index เป็นเครื่องมือยืนยันความแข็งแกร่ง
ของแนวโน้ม ในระยะกลาง หลักการใช้งาน / แปลความหมาย

  • พิมพ์ .ADX ที่ช่องใส่ Symbol เพื่อเลือกใช้งาน ADX
  • สัญญาณ ซื้อ   DI+ > DI- เมื่อ ADX มีค่ามากกว่า 20 และ Slope ชี้ขึ้น
  • สัญญาณ ขาย DI+ < DI- เมื่อ ADX มีค่ามากกว่า 20 และ Slope ชี้ขึ้น
  • ADX มีค่ามากขึ้น แล้วเส้นไหนอยู่บนจะเป็นการยืนยันสิ่งนั้น
  • ถ้า Indicator อื่นให้ซื้อ แต่ ADX ยังไม่ยืนยันให้เล่นสั้น!!

       MACD: Moving Average Convergence Divergence เป็นเครื่องมือยืนยัน
ความแข็งแกร่งของแนวโน้ม ในระยะกลาง หลักการใช้งาน / แปลความหมาย

  • พิมพ์ .MACD ที่ช่องใส่ Symbol เพื่อเลือกใช้งาน MACD
  • สัญญาณ ซื้อ   ระยะสั้น MACD > Signal หรือ ระยะกลาง MACD > 0
  • สัญญาณ ขาย ระยะสั้น MACD < Signal หรือ ระยะกลาง MACD < 0
  • ใช้เตือนการเปลี่ยนทิศทางของแนวโน้มเท่านั้น

Indicator ใช้จับจังหวะในการซื้อ / ขาย "สายคาดการณ์จุดกลับตัว”
        RSI: Relative Strength Index เครื่องมือวัดการแกว่งของ "ราคา"
ใช้ได้ดีเวลา Side way หลักการใช้งาน / แปลความหมาย

  • พิมพ์ .RSI ที่ช่องใส่ Symbol เพื่อเลือกใช้งาน RSI
  • สัญญาณ ซื้อ RSI > 30 หรือ RSI > EMAV (14) และ RSI > 50
  • สัญญาณ ขาย RSI < 70 หรือ RSI < EMAV (14) และ RSI < 50
  • จุดอ่อน ไม่เอา Vol. มาคิด ทำให้เกิดสัญญาณหลอกได้ง่าย ใช้ MOF แทน
  • ดูความขัดแย้งระหว่างทิศทาง ราคา กับ RSI

        STO: Stochastic Oscillator เครื่องมือวัดการแกว่งของ "ราคา"
ใช้ได้ดีเวลา Side way หลักการใช้งาน / แปลความหมาย

  • พิมพ์ .STO ที่ช่องใส่ Symbol เพื่อเลือกใช้งาน STO
  • สัญญาณ ซื้อ   %K > %D และ STO อยู่ในช่วง 0 - 20
  • สัญญาณ ขาย %K < %D และ STO อยู่ในช่วง 80 - 100
  • ถ้าเป็นขาขึ้นชัดเจน จะ Overbought ไปเรื่อยๆ ไม่ควร ขาย
  • ถ้าเป็นขาลงชัดเจน จะ Oversold ไปเรื่อยๆ ไม่ควร ซื้อ
  • ดูความขัดแย้งระหว่างทิศทาง ราคา กับ STO

        ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่าง Indicator ที่ใช้จับจังหวะในการซื้อ/ขาย ในการเข้าเก็งกำไร
ผมมักจะพูดย้ำเสมอนะครับว่า “Indicator เป็นเพียงเครื่องเตือนภัย” ให้เราทำตามโดยไม่มีข้ออ้าง
เช่นเมื่อ Indicator สั่งขายแล้ว แต่เรายังดื้อไม่ขาย หรือที่ร้ายกว่านั้นคือ เราจะซื้อทั้งๆ ที่ Indicator สั่งขาย

         ถึงตอนที่ 4 นี้จะเห็นว่า Indicator ที่ผมยกตัวอย่างมาเขียนนั้น แค่นี้ก็มีเยอะแยะมากมาย
แล้วเราจะเลือกตัวไหนมาใช้ดีล่ะ?
ต้องติดตามอ่านกันได้ในอาทิตย์ถัดไป ถ้าอยากศึกษา Indicator
แบบเจาะลึก ทุกซอกทุกมุม มาพบกับเราที่นี่
ถอดรหัส Indicator