Indicator Bollinger Band Width (.BBW)
บทความโดย อ.กวินปภา ปภาวินนรกุล

Indicator Bollinger Band Width (.BBW)
          Indicator ที่ได้รับอิทธิพลมาจากหนังสือ Bollinger on Bollinger Bands โดย John Bollinger Band Width เป็น Indicator ในกลุ่ม Volatility ซึ่งบอกค่าความผันผวน ระหว่าง upper band และ lower band
          Band Width ลดลง   เมื่อ Bollinger Bands แคบ      ซึ่งสะท้อนการลดลงของความผันผวน
          Band Width เพิ่มขึ้น เมื่อ Bollinger Bands กว้างขึ้น ซึ่งสะท้อนการเพิ่มขึ้นของความผันผวน

การคำนวณ
          Band Width คำนวณมาจาก Bollinger Bands ประกอบด้วย 3 เส้นคือ เส้นกลางพร้อมกับเส้นนอก 2 เส้น เส้นกลางคือ   simple moving average โดยทั่วไปจะตั้งไว้ที่ 20  เส้นนอกนั้นจะตั้งค่า 2 เท่าของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานทั้งสูงกว่าและต่ำกว่า ดังนี้
          1. Upper Band  = Simple Moving Average 20 + Standard Deviation20วันx2
          2. Middle Band = Simple Moving Average 20
          3. Lower Band  = Simple Moving Average 20 - Standard Deviation20วันx2

สูตรการคำนวณ Band Width 
          (Upper Band - Lower Band) / Middle Band

          นำค่า Upper Band ตั้งหักออกด้วยค่า Lower Band จากนั้นหารด้วย Middle Band จะได้ค่า Band Width  ซึ่งสามารถนำค่าเปรียบเทียบระหว่างหลักทรัพย์หรือ Time Frame ต่างๆระหว่างกันได้
ตัวอย่างที่1
การคำนวณ หลักทรัพย์ GL ณ 16/03/60 เวลา  15.30.00
          Upper Band (.BB Top) =30.8847 
          Lower Band (.BB Btm) =20.4725
          Middle Band (.BB Avg) =10.0603
(Upper Band - Lower Band) / Middle Band = (30.8847-10.0603)/ 20.4725
          Band Width                                  = 1.0172

ตัวอย่างที่2
การคำนวณ หลักทรัพย์ GL ณ 22/03/60 เวลา  16.00.00
          Upper Band (.BB Top) =18.4315 
          Lower Band (.BB Btm) =18.1700
          Middle Band (.BB Avg) =17.9085
(Upper Band - Lower Band) / Middle Band = (18.4743-17.7557)/18.1150
          Band Width                                  = 0.0288

           จากตัวอย่างที่1และ2 ทำให้ทราบว่า Band Width ในตัวอย่างที่ 1มีค่ามากกว่าตัวอย่างที่2 กรอบ Band Widthกว้าง แสดงให้เห็นถึงความผันผวนของราคาที่มากกว่า ในขณะที่ตัวอย่างที่2มีค่าน้อยกว่า กรอบ Band Widthแคบ การเปลี่ยนแปลงของราคาค่อนข้างเหวี่ยงออกข้าง sideway


การนำไปประยุกต์ใช้

          Band Width สามารถใช้ในการวิเคราะห์ความผันผวนของราคา  ดูได้จากกรอบของแบนด์ด้านบนและแบนด์ด้านล่าง เมื่อแบนด์แคบลง ราคาจะแกว่งตัวในกรอบแคบ ซึ่งจะมีผลตามมาด้วยความผันผวนสูง กรอบ Band Widthที่แคบนี้ เราเรียกกันว่า Squeeze สามารถใช้พยากรณ์การเคลื่อนไหวล่วงหน้า หลังจากเกิด Squeeze จะเกิดการแกว่งตัวของราคาและเกิดสัญญาณใหม่ คือ
          เมื่อเกิด Squeeze พร้อมกับราคาแกว่งตัวและเกิดเบรกกรอบด้านบน จะเกิดสัญญาณกระทิง
          เมื่อเกิด Squeeze พร้อมกับราคาแกว่งตัวและเกิดเบรกกรอบด้านล่าง จะเกิดสัญญาณกระหมี
การวิเคราะห์ Band Width ทำให้นักเทรดต้องเตรียมตัวในการเทรด  แต่ว่าทิศทางนั้นขึ้นอยู่กับว่า มันจะเกิด Break out ขึ้นทางไหน การเกิดภาวะบีบตัวแลการเกิด Break เหนือเส้นบนถือว่าเป็นภาวะตลาดกระทิง  ขณะที่เกิดการบีบตัวและเกิดเบรคเอาท์ต่ำกว่าเส้นล่างถือเป็นตลาดภาวะหมี  แต่ต้องระวังพวกสัญญาณหลอกด้วยเช่นกัน บางครั้ง การเกิดเบรคเอาท์ไม่สามารถยืนราคาไว้ได้เลยเกิดการเคลื่อนไหวกลับด้าน การเกิดเบรคที่รุนแรงจะช่วยให้มันยันราคาได้ แต่การเกิดเบรคเอาท์แล้วเกิดการดีดกลับของราคาควรจะต้องถือว่าเป็นคำเตือน

รับชมวิดีโอการใช้งานได้ที่นี่ https://goo.gl/7ctrOA