ลดดอกเบี้ย ทำ QE หุ้นจะขึ้นหรือไม่ ?

โดย อ.วชิรเมษฐ์ ธเนศสถิตพงศ์

 

 

ก่อนอื่นเรามาเข้าใจก่อนว่า QE มีลักษณะอย่างไร  QE คือ การที่ภาครัฐพิมพ์เงินขึ้นมาเพื่อซื้อตราสารหนี้ประเทศตนเอง โดยปกติตราสารหนี้พวกนี้ แต่ละประเทศจะขายให้กับ ภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งวิธีการนี้จำเป็นต้องทำพร้อมกับการลดดอกเบี้ย ด้วย เพื่อให้ผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้ต่ำ

 

วัตถุประสงค์  เพื่อทำให้เงินที่ลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไหลออกไปลงทุนในรูปแบบอื่น คือ ต้องการกระตุ้นให้เกิดการลงทุน เงินจะได้เข้าไปไหลในระบบเศรษฐกิจจริง ยิ่งไหลเข้าไปในการค้าขาย ระดับประชาชนจริงยิ่งดี

 

แต่เนื่องจากวิธีการนี้ เงินในตลาดตราสารหนี้ส่วนใหญ่ กลับไหลไปในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ตลาดตราสารหนี้เช่น ตลาดหุ้น เป็นต้น ทำให้ที่ผ่าน ตลาดหุ้นได้รับผลบวกไปด้วย

 

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว QE ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก แต่เมื่อระยะเวลาผ่านมา วิธีการนี้อย่าง QE กลับไปสามารถแก้ปัญหาหลัก คือ ไม่สามารถทำให้ GDP ประเทศนั้นกลับมาเติบโตได้จริง ส่งผลให้ QE ในยุโรป ใช้ไม่ได้ผลเท่าที่ควร  และเมื่อหยุด QE ไป GDP ก็เริ่มกลับมาติดลบ  ทาง ECB จึงตัดสินใจใช้วิธีนี้อีกครั้ง

 

ปัจจุบันดอกเบี้ยติดลบเพิ่มขึ้นเป็น -0.5% พร้อมกับทำ QE เดือนละ 2 หมื่นล้าน น้อยกว่าแต่ก่อนประมาณ 8 หมื่นล้าน ซึ่งระยะสั้นตลาดหุ้นตอบสนอง 1 วันหลังจากทราบข่าว  แต่ในระยะยาว วิธีการเดิมจะให้ผลลัพธ์น้อยลงเรื่อยๆ เนื่องจากที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่า QE พร้อมกับ ลดดอกเบี้ยใช้ไม่ได้ผล

 

ดังนั้น  ระยะสั้น หุ้นอาจจะปรับตัวเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ในระยะยาวหุ้นจะกลับมาปรับตัวลดลงเหมือนเดิม เพราะ ปัญหาที่ GDP ไม่เติบโตเพียงพอต่อการชำระหนี้ มาจาก Supply มีพอๆกับ Demand และ Supply ในฝั่งยุโรป ก็เริ่มแข่งขันกับ สหรัฐ และ จีน ไม่ได้

 

ตลาดหุ้นไทยที่มีเกี่ยวข้องกับยุโรป ไม่มากนัก คงได้รับอิทธิผลไม่เยอะมากครับ

 

*** ใครที่สนใจเรียน คอร์ส Fund Flow & Asset Allocation คลิกที่นี่ หรือติดต่อสอบถามเกี่ยวกับหลักสูตรหุ้น efin School โทร: 02-022-6200 ต่อ 605