การเพิ่มทุน ผลกระทบต่อมูลค่าหุ้นและแนวทางการตัดสินใจ
บทความโดย อ.ภัทรธร ช่อวิชิต

          แหล่งที่มาของเงินของกิจการหลักๆมาจาก หนี้สิน ส่วนทุน และกำไรสะสม ลักษณะบริษัทที่มีแนวโน้มจะเพิ่มทุนมักจะมีแนวโน้มขาดทุนสะสมต่อเนื่องเกินสามมี D/E มากกว่า 2 เท่า หรือมีส่วนทุนติดลบ หรือกระแสเงินสดน้อยแต่ต้องลงทุนขยายงานตามแผนธุรกิจ


          แต่เมื่อบริษัทประกาศเพิ่มทุนแล้ว นักลงทุนมักมีปัญหาในการตัดสินใจ โดยเฉพาะวันขึ้นเครื่องหมาย XR ที่เราได้สิทธ์เพิ่มทุนราคาควรตกลงเหลือเท่าไร แล้วจะจ่ายเงินซื้อหุ้นเพิ่มทุนดีไหม หรือจะขายทิ้งเลยได้หรือเปล่า บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับผลกระทบของการเพิ่มทุนที่มีต่อมูลค่าหุ้น สามารถคำนวณผลกระทบของการเพิ่มทุนที่มีต่อราคาและสัดส่วนการถือหุ้นได้ ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและมีหลักการ


          การเพิ่มทุนจะมีสองประเภทหลักๆคือ การเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (private parchment; PP) และการเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering; RO) จากสมการทุนจดทะเบียน เท่ากับ ราคา พาร์ x จำนวนหุ้น ในการเพิ่มทุนบริษัทจะประกาศเรียกเพิ่มทุน โดยส่วนใหญ่เพิ่มจำนวนหุ้นและให้นักลงทุนใส่เงินเพิ่มเข้ามา ตามสัดส่วนหุ้นเดิมต่อหุ้นใหม่เช่น ให้สิทธ์ผู้ถือหุ้นเดิม 3 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ 


          จุดตัดสินใจหลักๆที่จะเพิ่มทุนหรือไม่อยู่ที่ หลักๆอยู่ที่วันขึ้นเครื่องหมาย XR หรือวันที่ผู้ถือหุ้นได้สิทธ์เพิ่มทุน เพราะราคาจะตกตามสัดส่วนของการเพิ่มทุน ผู้ลงทุนต้องสามารถคำนวณ ผลกระทบต่อการควบคุม ( Control dilution) ว่าสัดส่วนการถือหุ้นของเราลดลงไปเท่าไร และ ผลกระทบต่อราคา ( Price dilution)  ให้ได้

 

 

http://www.investidea.in.th/2015/05/dilution-effect.html

 

- ราคาก่อน XR เป็นราคาสุดท้ายก่อนวันขึ้นเครื่องหมาย ต้องประมาณราคาเอา
- ราคาเพิ่มทุน
- สัดส่วนการเพิ่มทุน เขาจะบอกเป็นสัดส่วนหุ้นเดิมต่อหุ้นใหม่
ตารางจะคำนวณผลกระทบดังนี้
1. Control dilution สูตรการคำนวณคือ Control dilution = หุ้นใหม่/(หุ้นเดิม+หุ้นใหม่)*100 บอกว่าหลังการเพิ่มทุนถ้าเราไม่ใส่เงินเพิ่มทุนสัดส่วนการถือหุ้นของเราลดลงไปเท่าไร แต่ถ้าเราใส่เงินเพิ่มทุนตามสัดส่วน สัดส่วนการถือหุ้นก็ยังไม่หาย
2. มีหุ้นเพิ่ม? สูตรคือ หุ้นเพิ่ม = หุ้นใหม่/หุ้นเดิม*100 จะบอกว่าเพิ่มทุนแล้วมีหุ้นเพิ่มมากี่ %
3. ราคาวัน XR สูตรการคำนวณคือ ราคาวัน XR = ((ราคาก่อน XR x หุ้นเดิม) + (ราคาเพิ่มทุน x หุ้นใหม่)) / ( หุ้นเดิม + หุ้นใหม่) บอกว่าวันขึ้นเครื่องหมาย XR ราคาจะเหลือเท่าไร
4. price dilution สูตรการคำนวณคือ Price dilution = (ราคาวัน xd - ราคาก่อน xd)/ราคาก่อน xd * 100 บอกว่าราคาวัน xr จะตกไปกี่ %

 

การตัดสินใจ
          ผลกระทบด้านราคาหุ้น จากการสังเกตราคาหุ้นมักจะขึ้นก่อนคณะกรรมการมีมติเพิ่มทุน แต่หลังจากที่คณะกรรมการมีมติแล้ว ตามขั้นตอนคือต้องเรียกประชุมผู้ถือหุ้น ขอมติที่ประชุม 3 ใน 4 แต่หลังจากนั้นราคาจะไปได้ทั้งสองทาง คือราคาขึ้นต่อให้คนใส่เงินเพิ่มทุนแล้วมีกำไร กับราคาลงแบบไร้แนวรับเพื่อให้คนจำใจใส่เงินเพิ่มทุนเพื่อถัวขาดทุน


          วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XR ราคาเปิดจะตกมาที่ตาม "ราคาวัน XR" หรือคิดเป็น % ที่ price dilution ซึ่งเป็นราคาที่เท่ากับต้นทุนของคนที่ใส่เพิ่มทุน ซึ่งคือราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนหุ้นเดิมและหุ้นใหม่นั่นเอง ถ้าราคาปิดสูงกว่าราคานี้แสดงว่าคนใส่เงินเพิ่มทุนแล้วคุ้ม แต่ถ้าราคาหล่นเกิน "ราคาวัน XR" แสดงว่าคนที่ซื้อหลัง XR มีต้นทุนถูกกว่าคนใส่เงินเพิ่มทุน


          เมื่อเพิ่มทุนแล้วทิศทางของราคาในอนาคตจะเป็นอย่างไรให้พิจารณาจากช่อง "มีหุ้นเพิ่ม" จะบอกว่าหลักเพิ่มทุนแล้วมีหุ้นใหม่เพิ่มมากี่ % ถ้าวิเคราะห์แล้วกำไรในอนาคตโตไม่ทันจำนวนหุ้นที่เพิ่ม EPS จะลดลง แต่ถ้ากำไรอนาคตโตมากว่าหุ้นที่เพิ่ม EPS ก็จะสูงขึ้น ราคาหุ้นก็จะขึ้นต่อ โดยปกติถ้าเป็นการเพิ่มทุนเพื่อลงทุนธุรกิจใหม่มักมีรายงานที่ปรึกษาการเงินอิสระทำประมาณการกำไรให้อ่าน หน้าที่เราคือเข้าไปวิเคราะห์ความน่าจะเป็นว่ามีโอกาสเป็นไปได้แค่ไหน ถ้ามั่นใจว่าโตแน่ๆก็ใส่เงินเพิ่มได้


          สำหรับการเพิ่มทุนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินจากการเพิ่มทุนมาชำระหนี้ ผมมองว่าไม่เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กิจการเนื่องจากถ้าเรานำเงินที่เพิ่มทุนไปลงทุน จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเท่ากับ ROA แต่ถ้านำเงินก้อนเดียวกันไปชำระหนี้ ผลตอบแทนจากการเพิ่มทุนคือบริษัทมีภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับแล้ว ROA มักจะสูงกว่า ดอกเบี้ยจ่าย เหมือนเราเสียโอกาสในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าไปลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่า


          บทความนี้ได้เขียนแนวทางในการวิเคราะห์และตัดสินใจเมื่อบริษัทประกาศเพิ่มทุนว่าควรทำอย่างไรสามารถคำนวณผลกระทบของการเพิ่มทุนที่มีต่อราคาและสัดส่วนการถือหุ้นได้ ด้วยตัวเอง ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

 

อ.ภัทรทร ช่อวิชิต efin School