จำนวนประชากร พยากรณ์ธุรกิจ

บทความโดย อ.ธนสิทธิ์  ปังสมบูรณ์สุข

 

 

          ปัจจุบันประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากรไปจากเดิมมาก ซึ่งจำนวนการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของประชากรนั้น สะท้อนถึงความต้องการของ Demand-Supply ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงไปด้วย

          แน่นอนว่าเมื่อความต้องการของคนเปลี่ยนไป ธุรกิจต่าง ๆ ก็จะได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน วันนี้ผมจึงอยากนำตัวเลขการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศไทยในช่วง ปี 2551-2561 มาเป็นตัวแปรหนึ่งที่ช่วยให้นักลงทุนประกอบการวิเคราะห์ในการลงทุนเพิ่มเติมครับ

          ภาพที่ 1 เป็นโครงสร้างการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรรวมทั้งประเทศไทย ในช่วง ปี 2551-2561 ซึ่งจะเห็นได้ว่า ช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยมาการเพิ่มขึ้นของประชากรอย่างต่อเนื่อง 

          ปี 2551 ประเทศไทยมีจำนวนประชากร 63,389,730 คน และ ในปี 2561 ประเทศไทยมีจำนวนประชากร 66,413,979 คน คิดเป็น 4.77% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า จำนวนการเพิ่มขึ้นของประชากรในประเทศไม่สูงนัก ส่งผลให้ในภาพรวม ความต้องการซื้อของคนในประเทศจะไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้มากเช่นเดียวกัน

          ซึ่งหากธุรกิจ บริษัทใด มีการผลิต พัฒนาสินค้าเพื่อขายเฉพาะคนในประเทศ อาจจะไม่ตอบโจทย์ในปัจจุบัน และโอกาสที่จะมีอัตราการเติบโตสูงๆ ก็เป็นไปได้ยากเช่นเดียวกัน

 

                         ภาพที่ 1 โครงสร้างจำนวนประชากรในประเทศไทย

                        ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

 

          เมื่อเรามาดูข้อมูลภายในของโครงสร้างจำนวนประชากรในประเทศไทย ข้อมูลหนึ่งที่สะท้อนการเพิ่มขึ้นของประชากรก็คือ “ จำนวนการเกิด ” ในภาพที่ 2

 

                         ภาพที่ 2 โครงสร้างจำนวนการเกิด

                       ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

 

          ปัจจุบันที่โลกเปลี่ยนแปลงไป ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ผู้หญิงออกมาทำงานนอกบ้านมากขึ้น มีความรู้ความสามารถ ทุกคนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารง่ายขึ้น และสิ่งที่สะท้อนออกมาก็คือ คนเราแต่งงานกันช้าลง มีบุตรลดลงตามไปด้วย จากข้อมูลในอดีต ในปี 2551 มีอัตราการเกิดใหม่อยู่ที่ 797,356 คน แต่ในปี 2561 มีอัตราการเกิดใหม่เพียง  666,109 คน ซึ่งจะเห็นได้ว่าอัตราการเกิดใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบ ปี 2551 กับ ปี 2561 มีอัตราส่วนลดลงถึง 16.46 %

       
           จากข้อมูลดังกล่าว สามารถสะท้อนอะไรได้บ้าง ?

          ในมุมมองธุรกิจ แสดงให้เห็นว่าในปัจจุบันธุรกิจที่มีรายได้มาจากเด็ก มีโอกาสที่จะเติบโตลดลง จากอัตราการเกิดลดลง ส่งผลให้ความต้องการในสินค้าต่าง ๆ ลดลงด้วย สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนในหุ้นที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับเด็กก็อาจจะต้องมาวิเคราะห์ต่อว่าบริษัทนั้น ๆ มีแนวโน้มเติบโตต่อได้ในทิศทางใดบ้าง

 

          เมื่ออัตราการเกิดใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี แต่มีข้อมูลหนึ่งที่สวนทางและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็คือ “ จำนวนผู้สูงอายุ ” ในภาพที่ 3

 

                         ภาพที่ 3 โครงสร้างจำนวนผู้สูงอายุ

                       ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

 

          ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปี 2551 ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุ อยู่ที่ 6,904,598 คน และในปี 2561 มีจำนวนผู้สูงอายุถึง 10,666,803 คน เพิ่มขึ้นมาถึง 54.49 % เลยทีเดียว

          จากจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นมาจำนวนมาก อาจจะสามารถบอกเราได้ว่า ปัจจุบันประเทศไทย กำลังจะเป็นสังคมสูงวัย หรือประเทศที่มีคนสูงวัยจำนวนมาก

 

           ข้อมูลดังกล่าว สามารถสะท้อนอะไรได้บ้าง ?

          บริษัทไหนที่ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคนสูงวัย ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่จะได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงนี้ไปด้วย เช่น กลุ่มโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่อาจจะได้รับประโยชน์จากการรักษาพยาบาล หรือ กลุ่มประกัน ที่อาจะต้องจ่ายค่าประกันเพิ่ม ส่วนนี้นักลงทุนสามารถพิจารณาได้จากนโยบายและแนวทางของบริษัทต่าง ๆ ได้ จากข้อมูลที่บริษัทประกาศไว้

 

          จากข้อมูลการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากรของประเทศไทยที่ได้กล่าวมาข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทที่เคยเติบโตอย่างมากในอดีต ไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าปัจจุบันหรืออนาคต จะสามารถเติบโตในแบบที่ผ่านมาได้อีก เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ ได้เปลี่ยนแปลงไป แนวโน้มการเติบโตของบริษัทก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย ดังนั้น นักลงทุนท่านใด จะลงทุนในบริษัทไหน ธุรกิจใด นอกเหนือจากดูงบการเงินบริษัท ดูแนวทางการดำเนินงานแล้ว ก็ควรดูข้อมูลเชิงมหภาค ไม่ว่าจะเป็นภาพรวมเศรษฐกิจ สังคม และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของโลกประกอบด้วย