เจาะลึกความสัมพันธ์ P/S P/E & P/BV แบบถึงแก่น บทความโดย อ.ภัทรธร ช่อวิชิต

เจาะลึกความสัมพันธ์ P/S P/E & P/BV แบบถึงแก่น
          การประเมินมูลค่าหุ้น เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินมูลค่าหุ้นมีหลายตัว เช่นอัตราส่วนราคาต่อยอดขาย P/S อัตราส่วนราคาต่อกำไร P/E
อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี P/BV บทความนี้จะบอกความสัมพันธ์
ของทั้งสามอัตราส่วนว่าเป็นอย่างไร ทำให้สามารถมองอัตราส่วนที่ใช้
ในการประเมินมูลค่าได้อย่างลึกซื้งมากขึ้นครับ

1.ความสัมพันธ์ของอัตราส่วน อัตราส่วน P/S P/E และ P/BV

          เริ่มจากนำอัตราส่วน P/BV ราคาหารส่วนของผู้ถือหุ้นมากระจายออกมาเป็น ราคาต่อยอดขาย x ยอดขายต่อกำไร x กำไรต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
จะได้สมการดังภาพ จากนั้นเราจะนำความสัมพันธ์ของแต่ละคู่มาวิเคราะห์เจาะลึกกันครับผม

 

2.ความสัมพันธ์ระหว่าง PE  ROE และ PBV

           BV   คือ มูลค่าทางบัญชี อีกชื่อหนึ่งคือ สินทรัพย์สุทธิ คือสินทรัพย์ทั้งหมด หักออกด้วยหนี้สินแล้วเหลือถึงผู้ถือหุ้นเท่าไร
          PBV  คือ จะแสดงว่าเราจ่ายซื้อบริษัทนี้เป็นกี่เท่าของ มูลค่าทางบัญชี

          หุ้นที่ PBV สูงๆ ความหมายคือ ตลาดยอมจ่ายซื้อบริษัทนี้ในราคาที่แพงกว่า มูลค่าทางบัญชีมาก แสดงว่าบริษัทนี้ ต้องมีอะไรซักอย่าง
ที่ทำให้นักลงทุนยอมจ่ายซื้อสินทรัพย์ในราคาที่แพงขึ้น

          เจาะลึกจากสมการ จะเห็นว่า PBV จะเท่ากับ PE คูณด้วย ROE นั่นคือถ้าบริษัทมี PBV สูงๆจะมากจาก ROE คือผลตอบแทน
ต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสูง และ ตลาดเทรดใน PE ที่สูง นั่นเอง

          บริษัทที่ ROE สูงๆ แสดงว่าเป็นบริษัทที่พื้นฐานดี ยิ่งถ้าเป็นบริษัทที่ ROE สูงๆ และสม่ำเสมอหลายๆ ปี และค่าสูงกว่าเพื่อนๆ
ที่ทำธุรกิจเดียวกัน ยิ่งแสดงถึงความแกร่งของธุรกิจ และความสามารถในการแข่งขัน

          ส่วนหุ้นที่ PE สูงๆ สามารถตีความได้ว่าตลาดกับลังคาดหวังการเติบโตในอนาคตสูง ทำให้ยอมซื้อในราคาที่แพงเมื่อเทียบกับกำไร
เพราะอนาคตถ้ากำไรเติบโตได้จริงตามที่คาด PE
ในงวดต่อไปก็จะต่ำลง นักลงทุนก็จะได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น

 

3.ความสัมพันธ์ระหว่าง PE และ PS

          ถ้ากระจายอัตราส่วนราคาต่อกำไร ( PE) ออกมาจะได้ เท่ากับ อัตราส่วนราคาต่อยอดขาย (PS) คูณด้วย ยอดขายต่อกำไร
ยอดขายต่อกำไรมองอีกแง่มุมหนึ่งก็คือ ส่วนกลับของอัตรากำไรนั่นเองมองในรูปสมการคือ

                                            PE = PS / อัตรากำไรสุทธิ

          จากสมการ ตัวเชื่อมระหว่างอัตราส่วน PS และ PE คืออัตรากำไรนั่นเอง ถ้าอัตราส่วน PS เท่ากัน บริษัทที่ อัตรากำไรสุทธิสูงกว่า
จะมี PE ที่ต่ำกว่า หรือหุ้นถูกกว่านั่นเอง

         ดังนั้นในการใช้งาน นักลงทุนมักจะกรองบริษัทที่มีอัตราส่วน PS ต่ำ ที่แสดงว่าบริษัทถูกเทรดในราคาที่ต่ำ เมื่อเทียบกับยอดขายที่ทำได้
และวิเคราะห์จากข่าว หรือแผนการบริษัทแล้วพบว่ามีตัวเร่งคือ มีแผนที่จะเพิ่มอัตรากำไร

           ตัวอย่าง
                     แผนการเพิ่มอัตรากำไร เช่น การลดต้นทุน การขยับไปขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น หรือบริษัทกำลังขยาย 
          กำลัง
เพิ่มยอดขายไปถึงจุดที่คุ้มทุน ประเด็นนี้ต้องดูให้ดีๆ โดยเฉพาะบริษัทธุรกิจบริการ ที่มีสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เป็นจำนวนมาก 
          ช่วงแรกๆอัตรากำไรจะต่ำมากเนื่องจากลูกค้ายังน้อย แต่ต้นทุนคงที่เยอะ เมื่อถึงจุดๆหนึ่งที่รายได้ โตจนถึงจุดคุ้มทุน อัตรากำไร
          จะโตไวมากเนื่องจากรายได้ใหม่ๆที่เข้ามา จะทำให้ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยต่ำลงเรื่อยๆนั่นเอง

          เมื่อบริษัทที่เราสนใจมีอัตรากำไรเพิ่มขึ้นจริงตามที่คาดไว้ ก็จะทำให้หุ้นที่เคยดูแพงกลับกลายเป็นหุ้นที่ถูกขึ้นมา เมื่อตลาดเห็นว่าถูก
ราคาหุ้นก็จะปรับตัวไปสะท้อนมูลค่าที่เหมาะสม คนที่มองออกและลงทุนก็จะรวยแบบต้องร้องขอชีวิตเลยทีเดียว

โดยสรุป
         อัตราส่วนต่างที่ใช้ในการวิเคราะห์และประเมินมูลค่า ทั้ง PS PE PBV ROE มีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกันทั้งหมด
นักลงทุนที่เข้าใจ
ความเชื่อมโยงก็จะสามารถวิเคราะห์หุ้นได้อย่างลึกซึ้งขึ้นครับ

 

หากนักลงทุนสนใจศึกษาปัจจัยพื้นฐานเพิ่มเติมกับอาจารย์ ภัทรธร ช่อวิชิต ได้ในคอร์สเรียน

คอร์สเรียนแกะงบเจาะหุ้นร้อนด้วยฟังก์ชั้นอัจฉริยะ http://efinschool.efinancethai.com/index.php/courses/learn-investors/185-vi02.html
คอร์สการประเมินมูลค่าหุ้น DCF,FOTP http://efinschool.efinancethai.com/index.php/courses/learn-investors/184-vi03.html