Scan งบ Q4 หาหุ้นกำไรรุ่งยามตลาดร่วง

โดย อ.ภัทรธร ช่อวิชิต

 

 

ช่วงนี้มีเรื่องตลาดกังวลเยอะ โรคระบาด เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความต้องการน้ำมันลดลง น้ำมันราคาตก กลุ่มโอเปกตกลงตรึงราคาไม่ได้ ก็เพิ่มกำลังการผลิตกดราคาน้ำมันซะเลย แถม SET บ้านเรา กลุ่มที่มูลค่าตลาดใหญ่คับดัชนีดันเป็นกลุ่มพลังงานพอดีอีก ซวยซ้ำซ้อนกันไป แต่เป็นโอกาสสำหรับ VI อย่างเรา ในการหาหุ้นดีในบรรยากาศกลางดอยเดี๋ยวตลาดมาได้ลงดอยกันครับ

บทความนี้จะไล่ไปเรื่อยๆ ทีละกลุ่มใน SET ครับ เรียงตามกลุ่มที่มีกำไรเพิ่มเป็นสัดส่วนสูงสุด

 

 

กลุ่ม PAPER & PRINTING MATERIALS มี UTP ตัวเดียว กำไรโตจากความต้องการใช้กล่องเพิ่มมากขึ้น ส่วน HOME & OFFICE PRODUCTS เป็นพวกเฟอร์นิเจอร์ยังพอขายได้ แต่ซื้อยากการซื้อขายน้อย

 

กลุ่ม BANKING ส่วนใหญ่ กำไรเพิ่มทุกธนาคาร แต่หลังจากงบออก พร้อมใจกันโดนเท เพราะ NPL ของธนาคารแทบทุกธนาคารขึ้นหมด บวกกับคนกังวลเศรษฐกิจชะลอตัวด้วย หนี้เสียอาจเพิ่มขึ้นได้อีก ให้รอเศรษฐกิจเริ่มฟื้น เคลีย NPL ออกจากงบได้ พอสินเชื่อเพิ่มเดี๋ยวมาใหม่

 

ENERGY & UTILITIES ต้องมองแยก ENERGY ไม่ค่อยดีนักงบไม่สวย จากทิศทางราคาน้ำมันที่เป็นขาลง ส่วน UTILITIES กำไรโตจากการเปิดโรงไฟฟ้าใหม่พร้อมๆกันปีนี้ แต่ PE ก็แพงมากสะท้อนกำไรไปหลายปี เป็นเป้าพวกขา Short มีบางตัวที่ได้ผลกระทบจากภัยแล้วเช่น CKP โรงไฟฟ้าพลังน้ำ

 

TRANSPORTATION & LOGISTICS กลุ่มนี้ค่อนข้างหลากหลาย สนามบิน AOT กำไรยังโตได้ แต่ปีนี้ลำบากหน่อยจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเพราะโรคระบาด สายการบินก็กระทบเช่นกัน การแข่งขันสูงกดกำไรอยู่แล้วยังมีเรื่องของโรคระบาดกดท่องเที่ยวอีกด้วย สายเรือจะได้รับผลกระทบตามปริมาณการค้าโลกทีชะลอตัว ดูรวมๆแล้วเหนื่อยแทนครับ

 

FINANCE AND SECURITIES กลุ่มการเงินยังกำไรโตได้โดยเฉพาะสินเชื่อจำนำทะเบียนอย่าง MTC SAWAD

 

COMMERCE กลุ่มนี้กำไรยังโตจากการขยายสาขา และนำสินค้าใหม่ๆเข้ามาขาย แต่ถ้าเศรษฐกิจชะลอก็โดนเหมือนกัน ต้องระมัดระวังครับ มีตัวที่นักลงทุนกำลังจับตามองคือ MC หลังจากเปลี่ยน CEO ฟังวิสัยทัศน์พูดเคลิ้มเลยทีเดียว รองบการเงินคอนเฟริมครับว่าทำได้จริง?

 

MEDIA & PUBLISHING กลุ่มนี้เริ่มจากฐานต่ำปีที่แล้ว โดยเฉพาะทีวีดิจิตอล แต่พอคืนคลื่นไปบางส่วน และช่องหลายๆช่องเริ่มมาทำค้าขายของเอง จนย้ายไปกลุ่ม COMMERCE เลยก็มี เช่น RS ก็ ส่วนที่กำไรยังโตอยู่คือสื่อนอกบ้านอย่าง PLANB VGI

 

PETROCHEMICALS & CHEMICALS กลุ่มนี้พวกตัวเล็กตัวน้อยกำไรเพิ่ม แต่ลูกพี่อย่าง PTTGC IVL กำไรลดลงฮวบฮาบส่วนหนึ่งมาจาก เศรษฐกิจโลกที่ชะลอ ทำให้ส่วนต่างราคาสินค้าแคบลง กำไรไม่เหลือ

 

HEALTH CARE SERVICES  โรงพยาบาลยังเติบโตได้ จากการขยายสาขา เรื่องงบไม่น่าหวง แต่ห่วงที่ PE ค่อนข้างแพงไม่รู้จะโดนเทวันไหน กับโรงพยาบาลที่รับลูกค้าต่างชาติอาจได้รับผลจากช่วงไวรัสระบาดได้

 

INSURANCE ประกันยังไปได้เรื่อยๆ แต่ประกันชีวิตอย่าง BLA น่าห่วงโดยเฉพาะในช่วงที่ดอกเบี้ยลดลงประกันชีวิตอาจต้องตั้งสำรองมากขึ้น

 

FOODS & BEVERAGES อาหารกำไรนำโด่งโดยกลุ่มเครื่องดื่มครับ โดยเฉพาะ OSP CBG ที่พาแบรนด์ไทยก้าวไกลระดับโลกได้ ส่วนในประเทศยอดขายทรงๆครับ

 

AGRIBUSINESS ไตรมาสนี้น้ำมันปาล์มราคาดีครับพากลุ่มกำไรเพิ่มมาได้ ส่วนยางกำไรไม่โต แต่หุ้นวิ่งเพราะเก็งกำไรเรื่องจีนย้ายฐานการผลิตพวกล้อยางมาบ้านเราเยอะครับ

 

STEEL เหล็กฟื้นเพราะปีที่แล้วฐานต่ำครับ กำไรก็ไม่ได้ดีเด่อะไร ข้ามไปละกัน

 

TOURISM & LEISURE โรงแรมเล็กๆกำไรฟื้นแต่ตัวใหญ่เละครับทั้ง centel erw mint พอถูไถแต่คงต้องเผชิญเรื่องหนี้สินไปอีกหลายปี แถมปีนี้มีเรื่องโรคระบาดมากดอีก สำหรับคนชอบของถูกถ้าซื้อต้องรอนานนนหน่อยครับ

 

PACKAGING ตัวใหญ่ๆอย่าง PTL กำไรยังไม่มาครับ ที่กำไรมาจะเป็นตัวเล็กๆ แต่กลุ่มนี้จะได้ประโยชน์ช่วงน้ำมันลงเพราะต้นทุนเม็ดพลาสติกจะลดลง

 

PROPERTY FUND & REITs กองรีท หลายปีที่ผ่านมาวิ่งกระจายเพราะคนมองเหมือนเป็นหลุมหลบภัย ได้ปันผลคงที่ แต่ความเสี่ยงที่ต้องระวังคือ ถ้าช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวแล้วผู้เช่าลดลง รายได้จะลดลงไปด้วย

 

CONSTRUCTION SERVICES กลุ่มรับเหมาเรียกว่าลุ่มๆดอนๆมาหลายปี ใช้ข่าวดันได้เป็นช่วงๆ เหมาะเก็งกำไรมากกว่าถือยาวครับ

 

PROFESSIONAL SERVICES ส่วนใหญ่เป็นบ่อขยะกำไรไม่สู้ดีนัก ที่ต่างหน่อยคือ TEAMG เป็นที่ปรึกษาทางวิศวะกรรม จะกำไรดีช่วงมีงานภาครัฐมาเยอะครับ

 

CONSTRUCTION MATERIALS ปูนช่วงนี้ไม่ค่อยดีครับ แต่ถ้าน้ำมันตกๆ ตัวที่ต้นทุนลดลงเช่น EPG TASCO TOA

 

PROPERTY DEVELOPMENT กลุ่มนี้สรุปสั้นๆ เหนื่อยครับ เศรษฐกิจชะลอ จะไปขายคนจีนเจอโรคระบาดอีก ตอนนี้กำไรที่เห็นจะเป็นการเร่งระบายของเก่า ส่วนของใหม่เปิดตัวน้อยลงเยอะครับ

 

AUTOMOTIVE กลุ่มนี้ก็เหนื่อยอีกกลุ่มยอดขายรถลดลงเยอะ ยอดผลิตลดลงตาม แถมมีรถยนต์ไฟฟ้ามาอีก

 

INDUSTRIAL MATERIALS & MATCHINERY แต่ละตัวกำไรลดลงตามสภาพเศรษฐกิจครับ

 

FASHION มีตัวที่กำไรโตใช้ได้เช่น SABINA จากการลดการผลิตแบบ OEM และมาขายแบรนด์ตัวเองมากขึ้น

 

PERSONAL PRODUCTS & PHARMACEUT ตัวที่คนนิยม TNR ถุงยางอนามัยเริ่มมาทำแบรนด์ตัวเองขายได้ดีหน่อย กับ APCO ส่งอาหารเสริมต้านเอดส์ ไปจีนช่วย COVID-19 นักลงทุนเลยนิยมกันใหญ่

 

ELECTRONIC COMPONENTS ซวยซ้ำซ้อนครับกลุ่มนี้ เจอค่าเงินแข็ง สงครามการค้า กำไรลดลงอยู่แล้ว ปีนี้ยังเจอโรคระบาดออเดอร์หายอีก

 

MINING กลุ่มนี้ PDI กำไรหดเพราะไม่มีเหมืองให้ขุด เพราะขุดไปหมดแล้ว ธุรกิจใหม่ก็ยังไม่เกิด ส่วน THL เหมืองทอง ยังไม่รอดเช่นกัน