ซื้อกิจการแล้วหุ้นวิ่งจริงหรือ ?

โดย อ.ภัทรธร ช่อวิชิต

 

 

สตอรี่ดันราคาหุ้นตัวหนึ่งที่สำคัญคือการเข้าซื้อกิจการ แต่การซื้อกิจการหลายๆครั้งก็ไม่สำเร็จ มาดูกันครับว่าเวลาหุ้นวิ่งเพราะเรื่องราวนี้จะวิเคราะห์อย่างไรบ้าง

 

1.ภาวะบ้าคลั่ง

ภาวะบ้าคลั่งของราคา เกิดจากความคาดหวังของนักลงทุนครับ มีข่าวแพลมๆว่าจะมีการซื้อกิจการ หุ้นก็วิ่งกันยกใหญ่ และจะจบรอบที่วันประกาศซื้อกิจการใน SET

 

จุดนี้ต้องให้สายกราฟเขาเล่นกันละครับ สายพื้นฐานบางทีได้แต่มองปริบๆ เพราะแพง เช่นบริษัทกำไร 100 ล้านต่อปี มีสินทรัพย์ 1,000 ล้านแต่ราคาดันขึ้นไปจนมูลค่าตลาด 10,000 ล้าน คิดเป็น PE กว่า 100 เท่า ถ้าจะให้ PE ลงมาเหลือ 20 ต้องกำไร 500 ล้านบาท หรือโตจากเดิม 5 เท่า จะทำอย่างไรด้วยวิธีไหนก็ยังไม่ทราบ

 

2.หาเงินจากไหน

พอประกาศใน SET แล้วจะเข้าสู่โหมดความจริงครับ จะไปซื้อกิจการก็ต้องหาเงินมาซื้อ แหล่งที่มาของเงินมีสองแหล่งคือ หนี้สิน กับส่วนของผู้ถือหุ้น

 

การกู้ยืม มีดอกเบี้ย หลายบริษัทหาเงินด้วยการกู้ยืม วิธีดูว่ารอดไหม ให้นำเงินที่กู้ คูณอัตราดอกเบี้ยประมาณ 4-5% แล้วนำไปเทียบกับกำไรของบริษัทที่จะซื้อ ถ้าปริ่มๆพอดี เดาได้เลยว่าหลังจากนำงบมารวม กำไรไม่โตแน่ ตัวอย่าง GPSC ไตรมาสสามหลังจากซื้อ GLOW มากำไรไม่โตเพราะโดนดอกเบี้ยกินหมด

 

การเพิ่มทุน จะซื้อกิจการต้องมีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติการซื้อกิจการ ให้เราซื้อไว้ 100 หุ้นเพื่อเข้าประชุมได้ถามผู้บริหารได้เต็มที่ และมีรายงานที่ปรึกษาการเงินอิสระให้อ่าน หาโหลดได้ในข่าวของ SET จะมาก่อนวันประชุมประมาณ 1-2 วัน

 

ข้อเสียของการเพิ่มทุน คือ จำนวนหุ้นจะเพิ่ม ตัวหารเพิ่ม กำไรต่อหุ้นลดลง ต้องดูอีกว่า กำไรจากบริษัทที่ซื้อมาเพิ่มขึ้นมากกว่าหุ้นที่เพิ่มหรือไม่

 

3.กลับสู่ความจริง ซื้อมาแล้วคุ้มค่าหรือไม่
 

หลังจากซื้อแล้วต้องดูว่าคุ้มค่าการลงทุนหรือไม่ โดยปกติการซื้อกิจการในราคาที่ WIN WIN จะเห็น ROA ก่อนซื้อกิจการ และหลังซื้อกิจการค่าเท่ากัน หรือเพิ่มขึ้นได้อีกจากการ synergy กันระหว่างธุรกิจ จะเกิดขึ้นได้ต้องใช้เวลาเป็นปีจะเห็นผล เพราะต้องปรับเรื่อง คน เงิน ระบบการบริหารจัดการ

 

แต่หลายครั้งที่ซื้อมาแพง เราจะเห็นรายการ ค่าความนิยม ซึ่งเกิดจากการจ่ายเงินซื้อในราคาที่มากกว่ามูลค่าทางบัญชีของบริษัทนั้น ส่วนที่เกินบันทึกเป็นค่าความนิยมในงบการเงินไป เมื่อสินทรัพย์สูงกว่าปกติคิดเป็น ROA รวมๆอาจลดลงได้อันนี้ต้องระวังครับ

 

ส่วนสำคัญอีกส่วน คือ การแก้ปัญหาหนี้สินที่เกิดจากการกู้ยืมมา กรณีศึกษาที่สำเร็จเช่น CPALL ไปซื้อ MAKRO ตอนแรกใช้การกู้สั้นดอกแพงมาก่อน จากนั้นแปลงจากหนี้สั้นเป็นหนี้ยาวที่ดอกเบี้ยถูกกว่าโดยการออกหุ้นกู้ และนำกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของทั้ง MAKRO และ CPALL มาทยอยใช้หนี้เงินต้น ส่วน MAKRO เอง กลุ่ม CP ก็นำของเขาไปขายมากขึ้น เกิดประโยชน์กับกลุ่ม CP เองอีกทางหนึ่ง

 

จะเห็นว่าการเติบโตด้วยการซื้อกิจการ เป็นสตอรี่ที่สร้างความคาดหวังว่าบริษัทจะเติบโตได้สูง แต่ก็มีเรื่องต้องวิเคราะห์เยอะว่าระยะยาวจริงแล้วจะเป็นอย่างไร น่าลงทุนหรือขายทิ้ง