True Range Indicator
บทความโดย กวินปภา ปภาวินนรกุล

          True Range Indicator ถูกคิดค้นโดย J Welles Wilder ในปี 1978 และได้เผยแพร่บทความในหนังสือ New Concepts in Technical Trading Systems ก่อนยุคคอมพิวเตอร์แต่ Indicator ของ Wilder ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน Wilder ได้ออกแบบ True Range เพื่อใช้กับสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งมีความผันผวนมากกว่าหุ้น สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ คือ True Range ไม่สามารถบอกทิศทางได้ แต่บอกได้แค่ความผันผวน

          True Range หรือ Average True Range เป็น Indicator ในกลุ่ม volatility ที่วัดความผันผวนใช้บอกว่าข้อมูลในขณะนั้น มีการเบี่ยงเบนมากน้อยแค่ไหน จากช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เพื่อบอกนัยสำคัญว่าราคาหุ้นกำลัง active มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเหมาะกับการเก็งกำไร ระยะสั้นได้หรือไม่

การคำนวณ
Wilder เริ่มแนวคิดจาก True Range คำนวณได้ 3 รูปแบบ
Method 1: ราคา High ปัจจุบัน น้อยกว่า Low ปัจจุบัน
วิธีคำนวณ (ราคาสูงสุดของวันนี้ – ราคาปิดของวันก่อนหน้า)

Method 2: ราคา High ปัจจุบัน น้อยกว่า Close ของแท่งก่อนหน้า (absolute value)
วิธีคำนวณ (ราคาปิดของวันก่อนหน้า – ราคาต่ำสุดของวันนี้)

Method 3: ราคา Low ปัจจุบันน้อยกว่าราคาปิดของแท่งก่อนหน้า (absolute value)
วิธีคำนวณ (ราคาสูงสุดของวันนี้ – ราคาต่ำสุดของวันนี้)

ตัวอย่าง Method 3
          คำนวณด้วยพื้นฐานช่วงเวลา 14 period และคำนวณแบบวัน daily โดยต้องเริ่ม TR  ค่าแรกโดยใช้ (High – Low) และ 14-day TR คือค่าเฉลี่ย 14 วันของ TR หลังจากนั้น Wilder ทำการปรับค่าโดยการใส่ช่วงเวลาก่อนหน้า Absolute เพื่อทำให้ค่าเป็นบวกเสมอ

ATR ปัจจุบัน = [(Prior ATR x 13) + Current TR] / 14
         คูณด้วย 14-day ATR ก่อนหน้าด้วย 13
         เพิ่มค่า TR แท่งปัจจุบันที่สุด
         หารผลรวมด้วย 14

วิธีการเรียกใช้งาน

1.เปิดโปรแกรม efin Stock Pick Up ขึ้นมา แล้วเลือกไปที่ Template ด้านซ้ายมือ เลือก F7@Graph
2.ใส่ Indicator ไปที่เครื่องหมายบวก เลือกAdd Indicator to new panel เลือกหมวด
Oscillator Indicators
3.มองหา True Range (.TR) หรือจะให้แบบใส่แบบ Key ลัด ให้พิม Dot TR ในกล่อง symbol ด้านบนซ้ายมือ
4.และเพื่อความชัดเจนของ Indicator เราจะทำการปรับสีปรับขนาด
5.คลิกขวาเลือก Indicator properties ทำการปรับสีปรับขนาดเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

การประยุกต์ใช้

แบ่ง Zone ของ TR ง่ายๆได้เป็น 3 Zone คือ

  1. High Volatility = ATR > 30 คือ ความผันผวนสูง
  2. Moderate Volatility = 20 < ATR < 30 คือ ความผันผวนปานกลาง
  3. Low Volatility ATR < 20 คือ ความผันผวนต่ำ

โดยความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของการลงทุนจะแปรผกผันกับค่าความผันผวนของตลาด TR เช่น ความผันผวน TR เพิ่มมากขึ้น ขนาดของการลงทุนควรลดลง หรือ ความผันผวนหรือ ATR ลดลง ขนาดของการลงทุนควรจะเพิ่มขึ้นตาม

สามารถติดตาม วิดีโอได้ที่นี่เลย คลิก