5 ขั้นตอนวิเคราะห์ธุรกิจจากงบการเงินสไตล์ Warren Buffett

บทความโดย อาจารย์ภัทรธร ช่อวิชิต

 

 

 

   การวิเคราะห์ธุรกิจเป็นหัวใจของการลงทุนในแบบ VI โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Warren Buffett ที่เป็นนักลงทุนระดับโลก ที่เลือกหุ้นที่ดีและซื้อในราคาเหมาะสม หุ้นดีในมุมมองของ Warren Buffett จะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า economic franchise

 

จาก Shareholder Letter ในปี 1991 Warren Buffett ได้ให้นิยามว่า  เป็นสินค้าหรือบริการที่คนต้องกินต้องใช้ มีสิ่งทดแทนได้ยาก และมีความสามารถในการขึ้นราคาเพื่อเพิ่มผลตอบแทนต่อทุนให้มากขึ้นได้

 

“An economic franchise arises from a product or service that: (1) is needed or desired; (2) is thought by its customers to have no close substitute and; (3) is not subject to price regulation. The existence of all three conditions will be demonstrated by a company's ability to regularly price its product or service aggressively and thereby to earn high rates of return on capital”

Warren Buffett, Shareholder Letter 1991

 

ถ้าตีความออกมาเป็นตัวเลขในงบการเงิน นั่นคือเราต้องการหาหุ้นที่ มี ROA และอัตรากำไรสุทธิ สูงๆ สม่ำเสมอ มีทิศทางเพิ่มขึ้น นั่นเอง หุ้นที่งบการเงินสวยๆในระยะยาวจะทำให้เราถือหุ้นได้อย่างสบายใจ สามารถคาดเราผลประกอบการได้ไม่ยาก ไม่ต้องลุ้นว่าปีนี้จะได้ปันผลหรือเปล่า นอกจากนั้นยังสะท้อนถือฝีมือในการบริหารจัดการธุรกิจของผู้บริหารที่เก่งด้วย

 

สำหรับ ROC หรือ return on capital สูตรมาจาก EBIT(1-tax)/(Debt+Equity-cash) เพื่อความสะดวกในการวิเคราะห์ เราจะใช้ ROA แทน โดยมองว่าทุนที่ลงคือสินทรัพย์ที่มาจากทั้งหนี้และทุน และเคยคำนวณ ROC เทียบกับ ROA แล้วมีความสัมพันธ์กันต่างสถิติ

 

1.วิเคราะห์ธุรกิจโดยเปิดเครื่องมือ Short financial

 

Short financial มีข้อมูลย้อนหลังให้และสามารถดึงข้อมูลมาลง excel ให้สามารถคำนวณเพิ่มเติมได้อีก การเข้าถึงเครื่องมือนี้ให้เข้าไปที่ เมนู Fundamental / Short financial ซึ่งมีหลายค่าในบทความนี้จะใช้แค่ค่าที่ต้องการดูคือ ROA ROE อัตรากำไรขั้นต้น และอัตรากำไรสุทธิ

 

 

 

เราสามารถดึงตัวเลขออกมาเป็น excel เพื่อคำนวณค่าต่างๆได้อีก ในที่นี้จะคำนวณค่าเฉลี่ย AVG และค่า ความแปรปรวนเพื่อวัดความผันผวนของงบการเงิน

 

 

2.วิเคราะห์ธุรกิจโดยดูค่า ROA สูงๆไว้ก่อน

 

หุ้นที่ ROA สูงๆ ชีวิตสดใส อย่างต่ำสุดไม่ควรต่ำกว่า 7% แสดงว่าถ้ากู้เงินมาทั้งหมด กำไรแค่พอจ่ายดอกเบี้ย หุ้นทีดีค่าควรจะมากกว่า 10 ขึ้นไป เพราะต้นทุนเงินทุนเฉลี่ยๆ ของหลายๆบริษัทเวลาคำนวณค่าจะได้ประมาณ 10% หุ้นตัวอย่างอย่าง BH มีค่า ROA เฉลี่ย 8 ปีแบบ Geometric Mean อยู่ที่ 21.24%  ใช่ค่า 8 ปีเพื่อให้ครอบคลุมรอบเศรษฐกิจ และคำนวณแบบ Geometric Mean เพื่อสะท้อนผลตอบแทนในแต่ละปี

 

การคำนวณใน excel ใช้ฟังก์ชั่น GEOMEAN หรือจะคำนวณมือ ก็เป็น ( (1+0.125)*(1+0.1394)*(1+0.899)*(1+0.172)*(1+0.1716)*(1+1915)*(1+0.2)*(1+21.28) )^(1/8) -1

 

หุ้นที่ ROA สูงๆ แปลว่าสินทรัพย์สามารถทำกำไรได้มาก มีการลงทุนที่ดีสินทรัพย์สร้างรายได้ได้ และมีการควบคุมรายจ่ายที่ดีเงินไม่รั่วไหลทำให้เหลือกำไรกลับมาเยอะ

 

3.วิเคราะห์ธุรกิจโดย ROA สม่ำเสมอ

 

หุ้นที่ ROA สม่ำเสมอ ชีวิตสดใสถือหุ้นแล้วกินอิ่มนอนหลับ เพราะผู้ถือหุ้นรู้ว่าสินทรัพย์ที่ลงทุนไปสร้างกำไรกลับมาได้เท่าไร นอกจากนั้นยังสามารถคาดเดากำไรปีหน้าได้ง่ายๆ เพียงแค่รู้ว่าบริษัทลงทุนเพิ่ม ถ้า ROA เท่าเดิม กำไรก็จะเติบโตเท่ากับ สินทรัพย์ที่เพิ่ม*ROA นั่นเอง

 

การวัดค่าความสม่ำเสมอ วัดจากค่าเฉลี่ย(AVG)/ความแปรปรวน(SD) ยิ่งมากยิ่งดี แปลว่าค่า ROA มีความผันผวนน้อย จากตัวอย่าง หุ้น BH มีค่า AVG/SD อยู่ที่ 16.3 เท่าแสดงว่า ค่าเฉลี่ยเป็น 13 เท่าของความแปรปรวน จะให้ดีต้องนำไปเทียบกับหุ้นตัวอื่นๆว่าเท่าไร

 

4.วิเคราะห์ธุรกิจความสามารถในการขึ้นราคา (Price Power)

 

หุ้นที่ขึ้นราคาได้เรื่อยๆ จะเห็นอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น เพราะขึ้นราคาแล้วลูกค้าไม่หาย เพราะของมันต้องใช้ นอกจากนั้นก็ยังสะท้อนความสามารถในการแข่งขันอีกด้วยเพราะถ้าอุตสาหกรรมที่แข่งขันสูง ใครขึ้นราคามักจะขายไม่ได้ ต้องขายตามราคาตลาดเท่านั้น

 

จากตัวอย่างหุ้น BH Gross profit margin เพิ่มขึ้นปีละ 1.24% เป็นโรงพยาบาลที่สามารถขึ้นค่ารักษาพยาบาลไปได้เรื่อยๆ

 

5.วิเคราะห์ธุรกิจอัตรากำไรขั้นต้นสม่ำเสมอ (Stable Margin)

 

หุ้นที่อัตรากำไรขั้นต้นสม่ำเสมอแสดงว่า มีความสามารถในการแข่งขันที่ดี ไม่ต้องไปลดราคาสินค้าเพื่อแข่งกับใคร ลูกค้าต้องมาง้อเรา แต่ถ้าบริษัทที่อำนาจการต่อรองต่ำอัตรากำไรขั้นต้นมักจะผันผวนเพราะต้องลดราคาให้ลูกค้าอยู่บ่อยๆ นอกจากนั้นยังบอกได้อีกว่าการคุมต้นทุนไม่ค่อยดีนัก ทั้งต้นทุนการผลิตและต้นทุนราคาวัตถุดิบรวมไปถือราคาสินค้าด้วย

 

จากตัวอย่างหุ้น BH ค่า Gross profit AVG/SD อยู่ที่ 19.74 เท่าถือว่ามีค่านิ่งมากในรอบ 8 ปีที่ผ่านมา

 

จะเห็นว่าหุ้นการวิเคราะห์ธุรกิจโดยดูจากงบการเงินสามารถคัดกรองหุ้นได้เบื้องต้น โดยทาง efin มีเครื่องมือให้คือ Short financial ที่มีค่าให้เลย นอจากนั้นยังสามารถ export มาเป็น excel ให้สามารถคำนวณค่าทางสถิติเพิ่มเติมได้อีกด้วย ทั้งค่าเฉลี่ย และค่าความแปรปรวนทำให้สามารถแปลงค่าให้วิเคราะห์ได้ง่ายขึ้นอีก

 

อ้างอิง

 Warren Buffett, Shareholder Letter 1991  http://www.berkshirehathaway.com/letters/1991.html

 

 

 

หลักสูตรการสอนที่ efinSchool


โดย อ. ภัทรธร ช่อวิชิต

        ค้นฟ้าออมหุ้น DCA ด้วยงบการเงิน

          แกะงบหุ้นร้อนรายไตรมาสแบบเซียนขั้นเทพ
        แกะงบเจาะหุ้นร้อนด้วยฟังก์ชั่นอัจฉริยะ

        ประเมินมูลค่าหุ้น มองเป้าเป็นเห็นกำไร

        Hybrid Trading System

        หลักสูตรทั้งหมด